Nation TV
นักวิชาการ มธ. แย้ง ศธ. จับมือแพลตฟอร์มโซเชียลดัง ใช้ AI ลดภาระครูไม่ตอบโจทย์
Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 1 outlet. See llms.txt for citation guidance.
◌ Single Source
นักวิชาการ มธ. ชี้ ศธ. จับมือแพลตฟอร์มโซเชียลดัง ใช้ AI ทำคลิปสอนเด็กไม่ใช่ทางลดภาระครู แนะควรเน้นลดงานเอกสารและรับฟังเสียงครู-ผู้ปกครองเพื่อแก้ปัญหาให้ตรงจุด
Key facts
- 27 พฤษภาคม 2569 ท่ามกลางกระแส ลดภาระครู ที่ถูกหยิบยกขึ้นมาเป็นประเด็นถกเถียงในวงการ การศึกษาไทย นักวิชาการแนะ กระทรวงศึกษาธิการ ปรับทิศทางใหม่ เน้นการใช้ AI สนับสนุนงานเอกสารแทนการผลิตสื่อ
- ถ้าเรานับจำนวนคนที่อยู่ในแวดวงการศึกษาทั้งหมด จะเห็นได้ว่านักเรียนและครูมีจำนวนที่มากที่สุด แต่กลับเสียงเบาที่สุด การจะทำนโยบายอะไร หรือหาคำตอบที่เกี่ยวกับเรื่องการศึกษา ควรต้องกลับไปที่นักเรียนและครูก่อน ศธ.
- แม้ TikTok จะเป็นแพลตฟอร์มที่เด็กเข้าถึงง่าย แต่นั่นไม่ได้เป็นหลักประกันว่าถ้า ศธ. ใส่คอนเทนต์ดีมีคุณภาพเข้าไปแล้วนักเรียนจะตั้งใจดู หรือเรียนรู้ได้ง่ายขึ้นจริง เพราะธรรมชาติของเด็กหรือผู้ใช้ TikTok ทุกวัย
- ควรทบทวนให้รอบด้านกว่านี้ เพราะการลดภาระครูที่เหมาะสม ไม่ใช่การลดภาระในการทำสื่อการสอน แต่คือการลดภาระงานที่ไม่จำเป็น เช่น งานเอกสารการเงิน หรือพัสดุ โครงการกิจกรรมต่างๆ ที่ไม่เกี่ยวข้องกับการเรียน ฯลฯ
Summary
นอกจากนี้ เข้าใจว่านโยบายนี้มีวัตถุประสงค์ ที่จะทำให้เด็กนักเรียนเข้าถึงสื่อการสอนได้มากขึ้นและง่ายขึ้น ส่วนตัวเสนอว่า ศธ.ควรเริ่มต้นจากการรับฟังความคิดเห็น และวิเคราะห์พฤติกรรมของเด็กนักเรียนก่อน เพื่อให้ได้คำตอบที่แท้จริงว่า ควรเข้าไปสนับสนุนในเรื่องใดเพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ เช่น เด็กมีความต้องการใช้ TikTok เพื่อการเรียนรู้จริงหรือไม่ หรือเด็กมีแนวโน้มในการเรียนรู้สิ่งต่างๆ อย่างไร ฯลฯ จากนั้นค่อยกลับมาออกแบบแนวทางหรือนโยบายในการดำเนินการอีกครั้ง
ส่วนตัวเชื่อว่าแนวทางนี้จะเหมาะสมกว่าการให้นโยบายลงไป และให้ปฏิบัติเหมือนกันหมด เพราะทั่วประเทศมีห้องเรียนและนักเรียนจำนวนมาก โรงเรียนและครูที่อยู่ใกล้ชิดนักเรียน ย่อมเข้าใจบริบทการพัฒนาของตัวเองได้มากกว่า จึงควรให้เวลาและทรัพยากรให้พวกเขาได้ทำงานของตัวเอง
รศ. ดร. สิทธิชัย กล่าวว่า หาก ศธ. ต้องการลดภาระงานครูจริงๆ ควรเปลี่ยนมาสนับสนุนให้ใช้ AI เพื่อช่วยงานเอกสาร การเชื่อมข้อมูลมหาศาลของผู้เรียนให้สามารถเข้าถึง และวิเคราะห์ปัญหาหรือความต้องการของผู้เรียน ที่แตกต่างหลากหลายได้ สนับสนุนกำลังคนเพื่อเข้ามาทำงานด้านเอกสารโดยเฉพาะ หรืออาจใช้วิธีจัดสรรงบประมาณให้แต่ละโรงเรียน ไปออกแบบวิธีจัดการเอง เพื่อให้ครูได้กลับมาอยู่กับนักเรียน เพื่อทำความเข้าใจการเรียนรู้ เป้าหมาย และตัดสินใจ ตลอดจนออกแบบสื่อการเรียนรู้เพื่ออนาคตของนักเรียน