Thairath
ศาลฎีกาฟัน “เอกราช ช่างเหลา” ตัดสิทธิทางการเมืองตลอดชีวิต คดียักยอกเงินสหกรณ์ฯ
Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 1 outlet. See llms.txt for citation guidance.
◌ Single Source
ศาลฎีกาพิพากษา “เอกราษฎฐ์ ช่างเหลา” หรือ “เอกราช ช่างเหลา” ฝ่าฝืนจริยธรรมอย่างร้ายแรง มีคำสั่งตัดสิทธิทางการเมือง ตลอดชีวิต คดียักยอกเงินสหกรณ์ครูขอนแก่น
Key facts
- ศาลฎีกา วินิจฉัยข้อเท็จจริงว่า ในช่วงประมาณปี 2554 ถึงปี 2562 ผู้คัดค้านกับพวกอาศัยโอกาสที่ผู้คัดค้านเป็นผู้จัดการสหกรณ์ออมทรัพย์ครูขอนแก่น จำกัด โดยเมื่อวันที่ 16 สิงหาคม 2554 ได้ถอนเงินของสหกรณ์จำนวน 96,000,000 บาท
- ต่อมาเมื่อวันที่ 14 ตุลาคม 2555 ผู้คัดค้านกับพวกได้นำเงินของสหกรณ์ไปซื้อที่ดินโฉนดเลขที่ 1800, 1801, 8010, 8133 และ 10630 รวมเนื้อที่ 6 ไร่ 2 งาน 34.4 ตารางวา ในราคา 106,000,000 บาท จากบริษัทบริหารสินทรัพย์สุขุมวิท จำกัด
- ศาลฎีการะบุว่า การกระทำดังกล่าวเป็นการปลอมเอกสารสิทธิและใช้เอกสารสิทธิปลอมหลายครั้ง โดยมีการกระทำครั้งสุดท้ายด้วยการแก้ไขให้ปรากฏว่ามีเงินในบัญชีคงเหลือ ณ เดือนสิงหาคม 2562 จำนวน 431,941,984.59 บาท ทั้งที่ความจริงมีเงินคงเหลือเพียง
- ศาลฎีกาไต่สวนพยานหลักฐานแล้วมีคำวินิจฉัยโดยสรุปว่า ผู้คัดค้านดำรงตำแหน่งและเคยดำรงตำแหน่งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคพลังประชารัฐ จากการเลือกตั้งเมื่อวันที่ 24 มีนาคม 2562 ต่อมาได้ย้ายไปสังกัดพรรคภูมิใจไทย และพรรคกล้าธรรม
- นอกจากนี้ ตั้งแต่ปี 2554 จนถึงปี 2562 ผู้คัดค้านกับพวกได้แก้ไขสมุดบัญชีเงินฝากของสหกรณ์ เพื่อแสดงต่อสมาชิกในการประชุมใหญ่สามัญประจำปีของสหกรณ์ โดยตั้งแต่ปี 2557 ถึงปี 2562 ทำให้สมาชิกสหกรณ์เข้าใจว่าสหกรณ์มีเงินคงเหลือประมาณ 400,000,000 บาท
- ฝ่าฝืนจริยธรรมอย่างร้ายแรง มีคำสั่งตัดสิทธิทางการเมือง ตลอดชีวิต คดียักยอกเงินสหกรณ์ครูขอนแก่น
Summary
โดยคำร้องระบุว่า ผู้คัดค้านกับพวกอาศัยโอกาสที่ผู้คัดค้านดำรงตำแหน่งผู้จัดการสหกรณ์ออมทรัพย์ครูขอนแก่น จำกัด ร่วมกันยักยอกเงินของสหกรณ์ และปกปิดอำพรางการกระทำของตน โดยร่วมกันปลอมสมุดบัญชีเงินฝากประจำของสหกรณ์ เพื่อนำเสนอต่อที่ประชุมใหญ่สามัญประจำปี ทำให้ที่ประชุมและสมาชิกสหกรณ์หลงเชื่อว่าสหกรณ์มียอดเงินคงเหลือตามที่ระบุในสมุดบัญชีเงินฝากดังกล่าว ซึ่งถือเป็นความผิดทั้งทางอาญาและเป็นการฝ่าฝืนมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง
เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 28 พ.ค.2569 ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้ากรณีสหกรณ์ออมทรัพย์ครูขอนแก่น จำกัด เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง นายเอกราษฎฐ์ ช่างเหลา หรือชื่อเดิม นายเอกราช ช่างเหลา อดีตผู้จัดการสหกรณ์ฯ อดีต สส.ขอนแก่น และ รองหัวหน้าพรรคกล้าธรรม และพวกในคดีทุจริตยักยอกเงินของสหกรณ์รวมกว่า 431 ล้านบาท ในช่วงปี 2554-2556 ซึ่งล่าสุดเมื่อวันที่ 26 พฤษภาคม 2569 ศาลฎีกามีคำพิพากษาในคดีหมายเลขดำที่ คมจ 1/2568 หมายเลขแดงที่ 2/2569 ระหว่างคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ หรือ
ศาลฎีกาไต่สวนพยานหลักฐานแล้วมีคำวินิจฉัยโดยสรุปว่า ผู้คัดค้านดำรงตำแหน่งและเคยดำรงตำแหน่งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคพลังประชารัฐ จากการเลือกตั้งเมื่อวันที่ 24 มีนาคม 2562 ต่อมาได้ย้ายไปสังกัดพรรคภูมิใจไทย และพรรคกล้าธรรม โดยดำรงตำแหน่งมาจนถึงวันที่มีการยื่นคำร้อง