Krungthep Turakij
ปชน.ยื่น 2 ร่างแก้ รธน. ป้องผูกขาด-ไม่เพิ่มอำนาจ สว. ไม่ขัดศาล รธน.
Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 1 outlet. See llms.txt for citation guidance.
◌ Single Source
ปชน.ยื่น 2 ร่างแก้ไข รธน. เพิ่มหมวด 15/1 กลไกจัดทำรัฐธรรมนูญใหม่ ยัน 3 หลักการ ปชช.มีส่วนร่วม-ป้องกันผูกขาด-ไม่เพิ่มอำนาจพิเศษ สว. มั่นใจไม่ขัดคำวินิจฉัยศาล รธน.
Key facts
- สสร. มีอำนาจในการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ทั้งฉบับ ตราบใดที่ไม่เป็นการเปลี่ยนแปลงระบอบการปกครองหรือรูปแบบรัฐ ตามที่บัญญัติไว้อยู่แล้วในรัฐธรรมนูญมาตรา 255
- สสร. มีกรอบเวลาไม่เกิน 360 วันในการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่
- สนับสนุนการมีส่วนร่วมของประชาชน รวมถึงการมี สสร. ที่มาจากการเลือกตั้งของประชาชน
- ป้องกันการผูกขาด-กินรวบโดยฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง เพื่อให้เป็นที่ยอมรับของทุกฝ่าย
- วันที่ 27 พฤษภาคม 2569 ที่รัฐสภา พรรคประชาชน (ปชน.) นำโดยนาย ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรค และ สส.ของพรรค ยื่นร่าง แก้ไขรัฐธรรมนูญ เพิ่มเติมหมวด 15/1 เรื่องกลไกการจัดทำ รัฐธรรมนูญฉบับใหม่ เข้าสู่รัฐสภา โดยมีทั้งหมด 2 ฉบับ
- ไม่เพิ่มอำนาจหรือเงื่อนไขพิเศษให้ สว. ในการชี้ขาดเนื้อหาของรัฐธรรมนูญฉบับใหม่
- สสร. สามารถปฏิบัติหน้าที่ต่อได้ โดยไม่ถูกกระทบจากการยุบสภาฯ หรือจากการที่อายุของสภาผู้แทนราษฎรหรือวุฒิสภาสิ้นสุดลง
- เมื่อ สสร. จัดทำร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่เสร็จ สสร. จะต้องส่งร่างดังกล่าวให้รัฐสภาพิจารณาให้ความเห็นชอบ โดยมติเห็นชอบจากรัฐสภา จะต้องมีเสียงเห็นชอบเกินกึ่งหนึ่งของสมาชิกรัฐสภา - หากรัฐสภาเห็นชอบ ร่างดังกล่าวจะถูกส่งไปถามประชาชนผ่านการออกเสียงประชามติ
Summary
วันที่ 27 พฤษภาคม 2569 ที่รัฐสภา พรรคประชาชน (ปชน.) นำโดยนาย ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรค และ สส.ของพรรค ยื่นร่าง แก้ไขรัฐธรรมนูญ เพิ่มเติมหมวด 15/1 เรื่องกลไกการจัดทำ รัฐธรรมนูญฉบับใหม่ เข้าสู่รัฐสภา โดยมีทั้งหมด 2 ฉบับ เนื่องจากอุปสรรคที่เราเผชิญคือคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญ 18/2568 ซึ่งเป็นคำวินิจฉัยที่เราเห็นว่าไม่ชอบด้วยหลักการประชาธิปไตย และได้สร้างข้อจำกัดเกี่ยวกับการให้ประชาชนเลือกผู้ร่างรัฐธรรมนูญโดยตรง
โดยร่างของพรรคประชาชนทั้ง 2 ร่าง จะสอดคล้องกับ 3 หลักการ ตามที่ได้แถลงไว้เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา
นายณัฐพงษ์ กล่าวอีกว่า เมื่อได้รายชื่อแคนดิเดต สสร. 150 คนที่มาจากการเลือกตั้งแล้ว จะมีการส่งรายชื่อนี้ให้รัฐสภาพิจารณารับรอง โดยต้องเป็นการรับรองทั้งคณะ คือถ้ารับรอง ต้องรับรองทั้ง 150 คน ไม่สามารถแยกพิจารณารายบุคคลได้ - หากรัฐสภารับรอง 150 คนนั้นจะเข้าปฏิบัติหน้าที่ในฐานะ สสร. แต่หากรัฐสภาไม่รับรอง จะต้องจัดให้มีการเลือกตั้งใหม่