Prachachat
DITTO ออก Blu Green Token ระดมทุน 400ล้านบาท ปลูกป่าขายคาร์บอนเครดิต
Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 1 outlet. See llms.txt for citation guidance.
◌ Single Source
DITTO ลุยขาย “Blu Green Token” ซึ่งมีสินทรัพย์เป็นคาร์บอนเครดิตรองรับ 1.20 บาทต่อ 1 โทเคน จำนวน 400 ล้านโทเคน นำไปพัฒนาโครงการปลูกป่าชายเลน โดยมีคาร์บอนเครดิต 4 แสนตันเป็นสินทรัพย์อ้างอิง ให้สิทธิในการได้รับชำระเงินลงทุนเริ่มต้นพร้อมผลตอบแทนทบต้นสะสม 3% ต่อปี หากผู้ออกโทเคนไม่สามารถขายคาร์บอนเครดิตตามที่ระบุได้
Key facts
- ซึ่งมีสินทรัพย์เป็นคาร์บอนเครดิตรองรับ 1.20 บาทต่อ 1 โทเคน จำนวน 400 ล้านโทเคน นำไปพัฒนาโครงการปลูกป่าชายเลน โดยมีคาร์บอนเครดิต 4 แสนตันเป็นสินทรัพย์อ้างอิง ให้สิทธิในการได้รับชำระเงินลงทุนเริ่มต้นพร้อมผลตอบแทนทบต้นสะสม 3% ต่อปี
- นายฐกร รัตนกมลพร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ดิทโต้ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) (DITTO) เปิดเผยถึงที่มาโครงการปลูกป่าชายเลนเพื่อประโยชน์คาร์บอนเครดิตว่า จุดเริ่มต้นโครงการนี้มาจากบริษัท สยาม ทีซี เทคโนโลยี จำกัด หรือ STCT
- ขณะเดียวกันเมื่อประเทศไทยมีภาคบังคับ จะส่งผลให้ปริมาณความต้องการคาร์บอนเครดิตมากขึ้น ปัจจุบันประเทศไทยปล่อยก๊าซเรือนกระจกปีละ 380 ล้านตันคาร์บอน แต่คาร์บอนเครดิตที่ได้จากโครงการปลูกป่าชายเลนของบริษัทคาดว่าจะได้เพียงแค่ปีละประมาณ 1 ล้านตัน
- ด้านนายชัยทัด กุลโชควนิช รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และประธานเจ้าหน้าที่บริหารการเงิน บริษัท ดิทโต้ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ตามที่ STCT ได้สิทธิในการปลูกและดูแลรักษาพื้นที่ป่าชายเลนรวมกว่า 1.7 แสนไร่ เป็นระยะเวลา 30 ปี STCT
- จุดเด่นของโครงการนี้ คือ การบริหารความเสี่ยงด้านปริมาณ ซึ่งพื้นที่ป่าชายเลน 17,531.04 ไร่ คาดว่าจะสามารถผลิตคาร์บอนเครดิตได้เกิน 1 ล้านตันคาร์บอน ภายในระยะเวลา 7 ปี
- นายชัยทัด กล่าวอีกว่า Blu Green Token คาดว่ากำหนดการเปิดจองซื้อและเข้าจดทะเบียนซื้อขายในศูนย์ซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัล (Digital Asset Exchange) ภายในไตรมาสที่ 3 ปีนี้ ซึ่งโดยปกติจะสามารถซื้อขายเปลี่ยนมือได้ตลอด 24
Summary
นายฐกร รัตนกมลพร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ดิทโต้ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) (DITTO) เปิดเผยถึงที่มาโครงการปลูกป่าชายเลนเพื่อประโยชน์คาร์บอนเครดิตว่า จุดเริ่มต้นโครงการนี้มาจากบริษัท สยาม ทีซี เทคโนโลยี จำกัด หรือ STCT ซึ่งเป็นบริษัทลูก ได้ทำโครงการพิพิธภัณฑ์ป่าชายเลนมานานจนมีความรู้ ความเชี่ยวชาญทำให้รู้ว่าป่าชายเลนมีประโยชน์ในด้านการดูดซับคาร์บอนได้เป็นอย่างดี ประกอบกับในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมาภาวะโลกร้อนทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ ทำให้เกิดภัยพิบัติต่างๆ ตามมามากมาย
ขณะเดียวกันก็มีส่วนในการช่วยแก้ปัญหาโลกร้อน และผลที่ตามมาคือได้ฟื้นฟูสภาพป่าชายเลนจะทำให้ระบบนิเวศชายฝั่งและสิ่งแวดล้อมในชุมชนกลับมามีความอุดมสมบูรณ์ ซึ่งรายได้ส่วนหนึ่งจาการขายคาร์บอนเครดิตจะนำมาใช้สำหรับในการดูแลรักษาป่าชายเลน ให้ชุมชนมีแหล่งสร้างอาชีพ โดยได้มีการว่าจ้างคนในชุมชนเพื่อดูแลรักษาป่า โครงการนี้จึงไม่ใช่แค่การทำ CSR แต่เป็นโครงการที่สร้างความยั่งยืนให้กับป่าชายเลนและชุมชนไปพร้อมๆ กัน
DITTO ในฐานะที่เป็นบริษัทของคนไทยจึงน่าจะเข้ามามีส่วนในการแก้ปัญหาภาวะโลกร้อน อีกทั้งในช่วง 2 ปีที่แล้ว กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง (ทช.) มีนโยบายเปิดให้เอกชนเข้าร่วมโครงการปลูกป่าชายเลนเพื่อประโยชน์คาร์บอนเครดิต โดยปัจจุบัน STCT ได้รับสิทธิในการดูแลพื้นที่ป่าชายเลนรวมทั้งสิ้นกว่า 175,196.05 ไร่