Prachachat
แสงชัย แนะต่อยอด ‘ไทยช่วยไทยพลัส’ สู่กลไกสร้าง SMEs ไทยโตยั่งยืน
Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 1 outlet. See llms.txt for citation guidance.
◌ Single Source
โครงการ “ไทยช่วยไทยพลัส” โครงการจากรัฐบาลที่ต้องการช่วยพยุงค่าครองชีพประชาชน ซึ่งเปิดให้ลงทะเบียนอย่างเป็นทางการแล้ว เมื่อวันที่ 25 พ.ค. 2569 ที่ผ่านมา และกำลังจะเริ่มต้นใช้สิทธิในวันที่ 1 มิถุนายนที่จะถึงนี้
Key facts
- โครงการจากรัฐบาลที่ต้องการช่วยพยุงค่าครองชีพประชาชน ซึ่งเปิดให้ลงทะเบียนอย่างเป็นทางการแล้ว เมื่อวันที่ 25 พ.ค. 2569 ที่ผ่านมา และกำลังจะเริ่มต้นใช้สิทธิในวันที่ 1 มิถุนายนที่จะถึงนี้
- การใช้หลัก 4 ป. (ปลดล็อค ปกป้อง ป้องกัน ปราบปราม) สกัดกั้นกลุ่มทุนเทา-ธุรกิจผิดกฎหมาย ไม่ให้เข้ามาใช้ธุรกิจไทย โดยเฉพาะร้านขายของชำและร้านอาหาร ซึ่งปัจจุบันมีรวมกันกว่า 1 ล้านราย เป็น “นอมินี” ในการฟอกเงินผ่านโครงการของรัฐ พร้อมกับเพิ่มโอกาสให้ SMEs ท้องถิ่นเข้าถึงการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ (SMEs GP) ได้มากขึ้น
- การเพิ่มรายได้ด้วยข้อมูล (Data-Driven) เชื่อมโยงให้ผู้ประกอบการรายย่อย สามารถเข้าถึงและใช้ประโยชน์จากข้อมูลตลาด ข้อมูลจากภาครัฐ เพื่อนำมาวิเคราะห์พฤติกรรมผู้บริโภค สร้างแบรนด์ รักษาฐานลูกค้าเดิม และแสวงหาลูกค้าใหม่ได้อย่างตรงจุด
- การปลูกฝัง DNA ด้าน AI และป้องกันภัยไซเบอร์ ดึง Software House หรือ Startup เข้ามาช่วยวิเคราะห์ฐานข้อมูลและจัดทำระบบ Dashboard เพื่อให้ SMEs สามารถนำเทคโนโลยี AI มาใช้ต่อยอดทำการตลาด ส่งโปรโมชัน และเข้าถึงลูกค้าได้ตรงเป้าหมายมากขึ้น ควบคู่ไปกับการสร้างความรู้ด้าน Cyber Security เพื่อป้องกันไม่ให้ตกเป็นเหยื่อมิจฉาชีพ
- การลดต้นทุนด้านพลังงาน สร้างแรงจูงใจในการประหยัดพลังงานผ่านกลไก “เครดิตพลังงาน” (SMEs Energy Consumption Credit) หาก SMEs สามารถลดปริมาณการใช้ไฟฟ้าได้ จะได้รับแต้มสะสมคล้าย ‘คาร์บอนเครดิต’ เพื่อนำไปแลกรับสิทธิประโยชน์หรือส่วนลดต้นทุนอื่น ๆ
- การยกระดับทักษะด้วย “Up-skill Wallet” มอบกระเป๋าเงินดิจิทัลให้แก่แรงงานและผู้ประกอบการ เพื่อนำไปใช้เป็นทุนในการอบรมพัฒนาทักษะ (Up-skill/Re-skill) ร่วมกับหน่วยงานของรัฐหรือภาคเอกชน
Summary
“ในกรณีฐานคาดว่ามาตรการไทยช่วยไทยพลัสจะเพิ่ม GDP ได้ราว 0.2-0.5% อย่างไรก็ดีมาตรการดังกล่าวอาจกระตุ้นการบริโภคล่วงหน้าและลดทอนการใช้จ่ายหลังมาตรการสิ้นสุดลง (Payback Effect) จึงอาจส่งผลต่อ GDP ในระยะต่อไปได้”
โดยวิจัยกรุงศรี คาดการณ์ว่า มาตรการไทยช่วยไทยพลัส ช่วยกระตุ้นการบริโภค ตั้งแต่ปลายไตรมาส 2 ต่อเนื่องถึงไตรมาส 3 ภายใต้สถานการณ์เศรษฐกิจในปัจจุบัน คาดว่าประชาชนมีแนวโน้มที่จะระมัดระวังการใช้จ่ายมากขึ้น ท่ามกลางค่าครองชีพที่สูงขึ้น รายได้โตต่ำ และภาระหนี้สูง ตัวคูณทางเศรษฐกิจ (Multiplier Effect) จึงอาจน้อยกว่ามาตรการรอบก่อน
2. การลดต้นทุนด้านพลังงาน สร้างแรงจูงใจในการประหยัดพลังงานผ่านกลไก “เครดิตพลังงาน” (SMEs Energy Consumption Credit) หาก SMEs สามารถลดปริมาณการใช้ไฟฟ้าได้ จะได้รับแต้มสะสมคล้าย ‘คาร์บอนเครดิต’ เพื่อนำไปแลกรับสิทธิประโยชน์หรือส่วนลดต้นทุนอื่น ๆ