Prachachat
‘เอกนิติ’ กับภารกิจใหญ่ พลิกฟื้น-เปลี่ยนเศรษฐกิจไทย
Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 1 outlet. See llms.txt for citation guidance.
◌ Single Source
เป็นเวลากว่า 2 ทศวรรษที่เศรษฐกิจไทยขยายตัวต่ำ เพราะไม่มีเครื่องยนต์ใหม่ ๆ ความสามารถในการแข่งขันถดถอย ปัญหาความเหลื่อมล้ำและความกระจุกตัวก็ยิ่งสูงขึ้น เนื่องจากปัญหาเชิงโครงสร้างที่สะสมมาต่อเนื่อง หนึ่งในสาเหตุสำคัญคือความไม่มีเสถียรภาพของการเมืองไทย ทำให้การผลักดันนโยบายระยะยาวเพื่อยกระดับโครงสร้างเศรษฐกิจประเทศเป็นไปได้ยาก มีแต่นโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจระยะสั้นทำให้เวลาที่ต้องเผชิญกับวิกฤต หรือภาวะ “ช็อก” จึงได้รับผลกระทบค่อนข้างแรง
Key facts
- รองนายกฯ เอกนิติกล่าวถึงภาพรวมการลงทุนของประเทศไทยว่า เริ่มส่งสัญญาณเชิงบวกชัดเจน โดยตัวเลขการลงทุนจริงช่วงไตรมาส 1 ปี 2569 ขยายตัวถึง 18% มูลค่าประมาณ 260,000 ล้านบาท
- เป็นเวลากว่า 2 ทศวรรษที่เศรษฐกิจไทยขยายตัวต่ำ เพราะไม่มีเครื่องยนต์ใหม่ ๆ ความสามารถในการแข่งขันถดถอย ปัญหาความเหลื่อมล้ำและความกระจุกตัวก็ยิ่งสูงขึ้น เนื่องจากปัญหาเชิงโครงสร้างที่สะสมมาต่อเนื่อง
- ถ้าไม่ทำอะไรเลยจะทำให้เกิดปัญหาวิกฤตเศรษฐกิจรุนแรง Double Squeeze หรือแรงบีบ 2 ด้าน คือต้นทุนสูง-รายได้หด จึงจำเป็นต้องออก พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้านบาท เพื่อเตรียมกระสุนไว้บรรเทาผลกระทบให้กับประชาชน และป้องกันไม่ให้เศรษฐกิจเกิด Stagflation”
- ถือเป็นโอกาสสำคัญในการยกระดับโครงสร้างเศรษฐกิจไทย หากรัฐบาลสามารถเดินหน้าปลดล็อกกฎระเบียบและข้อจำกัดต่าง ๆ ที่เป็นอุปสรรคต่อการลงทุนได้ต่อเนื่อง จะช่วยเพิ่มศักยภาพการเติบโตทางเศรษฐกิจของไทยให้ขยายตัวได้ 3% Plus ตามเป้าหมาย
- รัฐบาลตั้งเป้าใน 4 ปี จะขยายสัดส่วนการลงทุนเพิ่มเป็น 30% ต่อ GDP จากระดับ 23% ในปัจจุบัน โดยมุ่งเป้าไปยังการลงทุนในเศรษฐกิจสีเขียวและดิจิทัล”
Summary
ขณะที่วิกฤตพลังงานจะทำให้ราคาน้ำมันแพงไปอีกอย่างน้อย 1-2 ปี เพราะสงครามได้ทำลายโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานไปมาก ประเทศไทยจำเป็นต้องเร่งลงทุนส่งเสริมพลังงานสะอาด และพลังงานทดแทน รวมถึงลงทุนด้านเทคโนโลยีดิจิทัลและปัญญาประดิษฐ์ (AI) ซึ่งรัฐบาลจะต้องลงทุนในโครงสร้างพื้นฐาน และดึงภาคเอกชนทั้งในและต่างประเทศเข้ามาร่วมลงทุน
“ดร.เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ” รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง รับบทหัวหน้าทีมเศรษฐกิจของรัฐบาลอนุทิน ได้ประกาศแนวทางรับมือกับความผันผวนของราคาพลังงานและความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์ ภายใต้ขีดจำกัดทางด้านการคลังที่เหลือพื้นที่นโยบายการคลังน้อยลง ผ่านนโยบาย “4T” ได้แก่
-Transformation (การปรับโครงสร้างเศรษฐกิจ) สร้างโอกาสการเติบโตให้ไปถึงคนตัวเล็ก SMEs ชุมชน ผู้สูงอายุ สร้างโอกาส สร้างอนาคตให้ลูกหลาน โดยส่งเสริมอุตสาหกรรมแห่งอนาคต เช่น ดิจิทัล, ไบโอ, กรีน เป็นต้น พร้อมยกระดับแรงงานไทย สนับสนุนเทคโนโลยี เงินทุน และตลาด ให้ SMEs เข้าถึงดิจิทัล Data และแพลตฟอร์ม ขณะเดียวกันก็ต้องปฏิรูประบบภาษี เอื้อให้คนเข้าระบบมากขึ้น และปฏิรูปสินเชื่อสำหรับคนตัวเล็กตัวน้อย