Bangkok Today
“GCAP Gold มองทองยังไปต่อ แนะถือ 5-10% กระจายเสี่ยง”
Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 1 outlet. See llms.txt for citation guidance.
◌ Single Source
นายธนพิศาล คูหาเปรมกิจ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท จีแคป จำกัด หรือ Gcap Gold เปิดเผยว่า ทิศทางราคาทองคำโลกในระยะกลางถึงระยะยาวยังมีแนวโน้มแข็งแกร่ง จากแรงซื้อสะสมของธนาคารกลางหลายประเทศทั่วโลกที่เพิ่มขึ้นต่อเนื่องเฉลี่ยปีละประมาณ 1% ตลอดช่วง 10 ปีที่ผ่านมา แม้บางช่วงจะมีแรงขายออกมาจากปัจจัยเฉพาะหน้า แต่ภาพรวมยังถือเป็นแรงสนับสนุนสำคัญต่อราคาทองคำในตลาดโลก
Key facts
- ปัจจุบัน GCAP ได้ปรับบทบาทจากผู้ค้าส่งสู่ตลาดค้าปลีกมากขึ้น โดยใช้เทคโนโลยีและแอปพลิเคชันเป็นเครื่องมือหลักในการขยายฐานลูกค้า พร้อมย้ำว่า ระบบออมทองของบริษัททำให้ลูกค้ามีกรรมสิทธิ์ในทองคำทันที สามารถเลือกฝาก ถอน
- ด้านนายชัยวัฒน์ สามัคคีนิชย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท จีแคป จำกัด หรือ Gcap Gold กล่าวว่า ปัจจุบันรูปแบบการลงทุนเปลี่ยนแปลงไปมาก บริษัทจึงหันมาเน้นขยายฐานลูกค้ารายย่อยและคนรุ่นใหม่ ผ่านกลยุทธ์ “Mascot Marketing”
- ช่วงระยะเวลากว่า 1 เดือนที่ผ่านมา ที่ผสานความน่ารักใจฟูของน้องเนย กับทองคำแท้ระดับตำนานของ GCAP GOLD ได้รับกระแสตอบรับจากนักลงทุนรุ่นใหม่มัมหมี-ด้อมน้องเนยอย่างต่อเนื่อง สะท้อนถึงความสำเร็จที่สามารถตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ของทุกเจนเนอเรชัน
- ครั้งแรกของประเทศไทย ที่พร้อมพลิกคอนเซปต์ “เปลี่ยนสินทรัพย์ทองคำ ให้เป็นความสุขที่สะสมได้”
Summary
ทั้งนี้ ในช่วงไตรมาสแรกที่ผ่านมา บางประเทศมีการขายทองคำออกมาเพื่อเสริมสภาพคล่องทางการเงิน อาทิ รัสเซียที่เผชิญผลกระทบจากสงครามยูเครน รวมถึงตุรกีที่ได้รับแรงกดดันจากราคาพลังงานสูง อย่างไรก็ตาม ตั้งแต่เดือนเมษายนที่ผ่านมา รัสเซียได้หยุดขายทองคำ ขณะที่ตุรกีกลับเข้ามาซื้อสะสมอีกครั้ง ส่งผลให้แรงซื้อจากธนาคารกลางทั่วโลก ซึ่งรวมกันมากกว่า 4,000 ตันต่อปี กลายเป็นฐานสำคัญในการประคองราคาทองคำ
ในระยะสั้นราคาทองคำยังเผชิญแรงกดดันจากภาวะเงินเฟ้อและทิศทางดอกเบี้ย โดยเมื่อเงินเฟ้อสูง ตลาดมักคาดการณ์ว่าธนาคารกลางจะปรับขึ้นดอกเบี้ย ส่งผลให้ต้นทุนค่าเสียโอกาสในการถือครองทองคำเพิ่มขึ้น และอาจทำให้ราคาทองคำมีการพักฐานเป็นระยะ อย่างไรก็ตาม หากมองย้อนหลังจะเห็นว่าทองคำยังเป็นสินทรัพย์ที่สร้างผลตอบแทนได้ดี โดยราคาทองไทยปรับขึ้นจากระดับประมาณ 30,000 บาท ขณะที่ราคาทองคำโลกปรับขึ้นจากหลักร้อยดอลลาร์สู่ระดับกว่า 2,000 ดอลลาร์ต่อออนซ์ในปัจจุบัน
“สิ่งสำคัญที่สุดของการลงทุนไม่ใช่เพียงความรู้ในตำรา แต่คือการรู้จักตัวเอง ผู้ลงทุนต้องประเมินว่ารับความเสี่ยงได้มากน้อยเพียงใด หากลงทุนจนเกิดความกังวลหรือนอนไม่หลับ ก็ไม่ใช่การลงทุนที่เหมาะสม ดังนั้นควรเริ่มต้นจากจำนวนที่รับได้ และค่อยๆ เรียนรู้ความผันผวนของตลาด” นายพิศาลกล่าว