Bangkok Today
กรมตรวจบัญชีสหกรณ์ ชูพลัง “ครูบัญชีอาสา” กว่า 6,000 คน เป็นโซ่ข้อกลางยกระดับคุณภาพชีวิตเกษตรกรไทย
Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 1 outlet. See llms.txt for citation guidance.
◌ Single Source
กรมตรวจบัญชีสหกรณ์ เดินหน้าขับเคลื่อนโครงการ “ครูบัญชีอาสา” ดึงเกษตรกรสอนเกษตรกร น้อมนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง สร้างภูมิคุ้มกันทางการเงิน พร้อมนำเทคโนโลยีแอปพลิเคชัน SmartMe Plus แบบสั่งการด้วยเสียงมาใช้ หวังขยายเครือข่ายสู่อาสาสมัครเกษตรหมู่บ้าน (อกม.) ให้ครอบคลุมทุกพื้นที่ทั่วประเทศ
Key facts
- นางพิศมัย อรรถธรรมสุนทร รองอธิบดีกรมตรวจบัญชีสหกรณ์ เปิดเผยว่า โครงการครูบัญชีอาสาเริ่มต้นขึ้นตั้งแต่ปี 2545 เพื่อสนับสนุนโครงการพักชำระหนี้ของรัฐบาลในขณะนั้น
- ความสำเร็จของโครงการตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาเป็นที่ประจักษ์ชัด โดยตั้งแต่ปี 2548 กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้จัดให้มีการเชิดชูเกียรติครูบัญชีอาสาที่ผ่านการคัดเลือกเป็นเกษตรกรดีเด่นสาขาบัญชีฟาร์ม
- นอกจากนี้ กรมตรวจบัญชีสหกรณ์ยังได้จัดสัมมนาครูบัญชีอาสาระดับประเทศเป็นประจำทุกปี เพื่อเป็นเวทีแลกเปลี่ยนเทคนิคการสอน พร้อมรับมอบนโยบายจากรัฐบาลไปถ่ายทอดต่อสู่เกษตรกรในภาษาที่เข้าใจง่าย
- นอกจากนี้ เพื่อเป็นการแก้ปัญหาข้อจำกัดด้านพื้นที่ห่างไกลและการเข้าถึงเทคโนโลยี กรมตรวจบัญชีสหกรณ์ได้พัฒนาแอปพลิเคชัน SmartMe Plus สำหรับจัดทำบัญชีครัวเรือนและบัญชีต้นทุนอาชีพ ที่มีความพิเศษคือรองรับ “การสั่งการด้วยเสียง”
Summary
นอกจากนี้ กรมตรวจบัญชีสหกรณ์ยังได้จัดสัมมนาครูบัญชีอาสาระดับประเทศเป็นประจำทุกปี เพื่อเป็นเวทีแลกเปลี่ยนเทคนิคการสอน พร้อมรับมอบนโยบายจากรัฐบาลไปถ่ายทอดต่อสู่เกษตรกรในภาษาที่เข้าใจง่าย ทำให้ครูบัญชีอาสาเปรียบเสมือนโซ่ข้อกลางที่ช่วยเชื่อมโยงนโยบายรัฐสู่การปฏิบัติจริงในระดับพื้นที่ รวมถึงการแก้ปัญหาในพื้นที่ห่างไกลบนดอย โดยการสร้างครูบัญชีที่สามารถสื่อสารภาษาถิ่นได้ เพื่อให้เกษตรกรทุกกลุ่มสามารถเข้าถึงการทำบัญชี รู้จักต้นทุน ค่าแรงงาน และประเมินกำไรขาดทุนของพืชแต่ละชนิดได้อย่างแม่นยำ
ความสำเร็จของโครงการตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาเป็นที่ประจักษ์ชัด โดยตั้งแต่ปี 2548 กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้จัดให้มีการเชิดชูเกียรติครูบัญชีอาสาที่ผ่านการคัดเลือกเป็นเกษตรกรดีเด่นสาขาบัญชีฟาร์ม เพื่อเข้ารับพระราชทานรางวัลในพระราชพิธีพืชมงคลจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ โดยกรมตรวจบัญชีสหกรณ์ได้นำเรื่องราวความสำเร็จเหล่านี้มาจัดทำเป็นหนังสือเผยแพร่เป็นประจำทุกปี เพื่อสร้างแรงบันดาลใจให้แก่เกษตรกรรายอื่นๆ ต่อไป โดยในปี 2569 นี้ รางวัลชนะเลิศระดับประเทศ ได้แก่ นายสุริยา ขันแก้ว
“ถ้าเราได้จดบันทึกบัญชี เราจะเห็นออกมาเป็นตัวเงิน ทำให้เรารู้ว่าในแต่ละฤดูกาลผลิตเรามีรายได้และค่าใช้จ่ายเท่าไหร่ พืชแต่ละชนิดปลูกแล้วมีกำไรไหม อันนี้คือความสำคัญที่ทำให้เกษตรกรนำตัวเลขตรงนี้ไปพิจารณาว่าควรจะปลูกพืชชนิดนั้นต่อไปหรือไม่ และช่วยให้วางแผนการผลิตได้ดีขึ้น ทั้งนี้ ต้องขอขอบคุณครูบัญชีอาสาทุกท่านที่ได้ช่วยเหลือเป็นวิทยาทานให้ความรู้กับเกษตรกร ทำให้เป็นโซ่ข้อกลางที่สามารถนำนโยบายของรัฐบาลไปถ่ายทอด และช่วยกระตุ้นให้เพื่อนเกษตรกรได้จัดทำบัญชี