iLaw
พรุ่งนี้ ! ศาลอาญานัดฟังคำพิพากษาอุทธรณ์เก็ท-โสภณ คดีม. 112 กรณีปราศรัยในการชุมนุม #ทัวร์มูล่าผัว
Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 1 outlet. See llms.txt for citation guidance.
◌ Single Source
28 พฤษภาคม 2569 เวลา 9.00 น. ณ ศาลอาญานัดอ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ของเก็ท-โสภณ สุรฤทธิ์ธำรง นักศึกษา ภาควิชารังสีเทคนิค คณะแพทยศาสตร์วชิรพยาบาล มหาวิทยาลัยนวมินทรากษัตริยาธิราชและนักกิจกรรมกลุ่มโมกหลวงริมน้ำ ในคดีหมิ่นประมาทกษัตริย์ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 จากกรณีปราศรัยในการชุมนุม #ทัวร์มูล่าผัว เมื่อวันที่ 22 เมษายน 2565 คดีนี้มีอานนท์ กลิ่นแก้ว สมาชิกกลุ่มศูนย์รวมประชาชนปกป้องสถาบัน (ศปปส.) เป็นผู้กล่าวโทษ
Key facts
- 28 พฤษภาคม 2569 เวลา 9.00 น. ณ ศาลอาญานัดอ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ของเก็ท-โสภณ สุรฤทธิ์ธำรง นักศึกษา ภาควิชารังสีเทคนิค คณะแพทยศาสตร์วชิรพยาบาล มหาวิทยาลัยนวมินทรากษัตริยาธิราชและนักกิจกรรมกลุ่มโมกหลวงริมน้ำ
- ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน (ศูนย์ทนายฯ) ระบุว่า วันที่ 1 พฤษภาคม 2565 ตำรวจนอกเครื่องแบบจับกุมเก็ทตามหมายจับขณะเดินทางออกจากกิจกรรมวันแรงงาน #ม็อบ1พฤษภา65 #รวมพลคนทำงาน ที่ลานหอศิลปวัฒนธรรมกรุงเทพมหานครในช่วงเวลากลางคืน
- 17 มิถุนายน 2565 พนักงานอัยการยื่นฟ้องเก็ทในข้อหามาตรา 112 และใช้เครื่องขยายเสียงโดยไม่ได้รับอนุญาต กระทำความผิดรวม 2 กรรม
- คำฟ้องสรุปใจความว่า วันที่ 22 เมษายน 2565 เก็ทกล่าวปราศรัยต่อประชาชนที่มารวมกลุ่มชุมนุมทำกิจกรรมทัวร์เส้นทางสายประวัติศาสตร์ (ฝ่ายซ้าย) ด้วยข้อความทำให้เข้าใจความหมายว่า รัชกาลที่ 10 และพระราชินี เป็นคนไม่ดี
- 24 สิงหาคม 2565 ศาลชั้นต้นพิพากษาสรุปใจความว่า ข้อความปราศรัยของเก็ทเป็นการเปรียบเทียบว่า ต่อให้รัชกาลที่ 10 และพระราชินีทำบุญ พระบารมีก็ไม่สูงขึ้น ซึ่งไม่เป็นไปตามปราศรัย ความจริงแล้วรัชกาลที่ 10
- ภายหลังการพิพากษา ศูนย์ทนายฯ ส่งคำร้องถึงผู้รายงานพิเศษองค์การสหประชาชาติ ถึงข้อสังเกตการดำเนินคดีกับเก็ทในประเด็นสิทธิเสรีภาพในการแสดงออกและการถูกคุมขังตามมาตรา 112 พร้อมเรียกร้องผ่านผู้รายงานพิเศษฯ ให้ประเทศไทยยุติการดำเนินคดีมาตรา 112
Summary
คำฟ้องสรุปใจความว่า วันที่ 22 เมษายน 2565 เก็ทกล่าวปราศรัยต่อประชาชนที่มารวมกลุ่มชุมนุมทำกิจกรรมทัวร์เส้นทางสายประวัติศาสตร์ (ฝ่ายซ้าย) ด้วยข้อความทำให้เข้าใจความหมายว่า รัชกาลที่ 10 และพระราชินี เป็นคนไม่ดี โดยประการที่น่าจะทำให้ทรงเสื่อมเสียพระเกียรติยศ ทรงถูกดูหมิ่น หรือทรงถูกเกลียดชัง อันเป็นการหมิ่นประมาท ดูหมิ่น หรือแสดงความอาฆาตมาดร้ายพระมหากษัตริย์และพระราชินี ได้ปราศรัยแสดงความคิดเห็นต่อประชาชาชนที่มารวมกลุ่มชุมนุมทํากิจกรรม โดยการใช้เครื่องขยายเสียงด้วยกําลังไฟฟ้า
ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน (ศูนย์ทนายฯ) ระบุว่า วันที่ 1 พฤษภาคม 2565 ตำรวจนอกเครื่องแบบจับกุมเก็ทตามหมายจับขณะเดินทางออกจากกิจกรรมวันแรงงาน #ม็อบ1พฤษภา65 #รวมพลคนทำงาน ที่ลานหอศิลปวัฒนธรรมกรุงเทพมหานครในช่วงเวลากลางคืน ชั้นจับกุมเก็ทให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา รวมถึงไม่ลงลายมือชื่อในบันทึกจับกุม
24 สิงหาคม 2565 ศาลชั้นต้นพิพากษาสรุปใจความว่า ข้อความปราศรัยของเก็ทเป็นการเปรียบเทียบว่า ต่อให้รัชกาลที่ 10 และพระราชินีทำบุญ พระบารมีก็ไม่สูงขึ้น ซึ่งไม่เป็นไปตามปราศรัย ความจริงแล้วรัชกาลที่ 10 และพระราชินีทรงบำเพ็ญพระราชกุศลเพื่อถวายสมเด็จพระบูรพมหากษัตริย์และสักการะพระบรมสารีริกธาตุอันเป็นการสั่งสมพระบารมีเพื่อบรรลุจุดหมายอันสูงยิ่ง