Matichon
‘วราวุธ’ปลื้มนิคมอุตสาหกรรมโตแรง รับย้ายฐานผลิตโลก ลงทุนสะสมทะลุ 13.37 ล้านล้านบ.
Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 1 outlet. See llms.txt for citation guidance.
◌ Single Source
เมื่อวันที่ 26 พฤษภาคม นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยความคืบหน้าผลการดำเนินงานของการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) ว่า ภายใต้นโยบาย “ONE MIND อุตสาหกรรมหนึ่งเดียว” ของกระทรวงอุตสาหกรรม เริ่มเห็นผลเป็นรูปธรรมชัดเจน โดยเฉพาะการลงทุนในนิคมอุตสาหกรรมที่ขยายตัวต่อเนื่อง รับกระแสการย้ายฐานการผลิตของนักลงทุนต่างชาติ ส่งผลให้ไทยก้าวขึ้นเป็นศูนย์กลางอุตสาหกรรมเทคโนโลยีและพลังงานสะอาดของภูมิภาค
Key facts
- ขณะเดียวกัน ยังสอดคล้องกับตัวเลขขอรับการส่งเสริมการลงทุนจากสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) ในไตรมาสแรกปี 2569 ที่มีมูลค่ากว่า 1.01 ล้านล้านบาท หรือเติบโต 2.4 เท่า
- เมื่อวันที่ 26 พฤษภาคม นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยความคืบหน้าผลการดำเนินงานของการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) ว่า ภายใต้นโยบาย “ONE MIND อุตสาหกรรมหนึ่งเดียว”
- ด้าน นายสุเมธ ตั้งประเสริฐ ผู้ว่าการ การนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) รายงานว่า ณ เดือนมีนาคม 2569 ภาพรวมการลงทุนในนิคมอุตสาหกรรมยังเติบโตแข็งแกร่ง โดยประเทศไทยมีนิคมอุตสาหกรรมรวม 82 แห่ง ครอบคลุม 18 จังหวัด
- นายวราวุธ กล่าวว่า กนอ. ยังเร่งยกระดับนิคมอุตสาหกรรมทั่วประเทศให้เป็นจุดหมายหลักของนักลงทุนโลก ผ่าน 4 ยุทธศาสตร์สำคัญ ได้แก่ 1
Summary
ทั้งนี้ นโยบายพัฒนาเมืองอุตสาหกรรมสู่การลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก (Low Carbon City) ของ กนอ. ถือเป็นปัจจัยสำคัญที่ดึงดูดกลุ่มอุตสาหกรรมพลังงานสะอาดเข้ามาลงทุนเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจควบคู่การเติบโตอย่างยั่งยืน
นายวราวุธ กล่าวว่า กนอ. ยังเร่งยกระดับนิคมอุตสาหกรรมทั่วประเทศให้เป็นจุดหมายหลักของนักลงทุนโลก ผ่าน 4 ยุทธศาสตร์สำคัญ ได้แก่ 1. การร่วมมือกับธนาคารโลกเพื่อดึง Green Finance สนับสนุนเอสเอ็มอีและอุตสาหกรรมแห่งอนาคต 2. การผลักดันตลาดคาร์บอนเครดิตมาตรฐานสากล 3. การปฏิรูปกฎหมายเพื่อลดขั้นตอนอนุญาตตั้งโรงงานให้แล้วเสร็จภายใน 1 เดือน และ 4. การนำระบบตาอัจฉริยะตรวจสอบมลพิษสิ่งแวดล้อมตลอด 24 ชั่วโมง
นายวราวุธ กล่าวเพิ่มเติมว่า การเติบโตดังกล่าวสะท้อนเสถียรภาพเศรษฐกิจไทยและความสำเร็จในการดึงดูดเม็ดเงินลงทุนใหม่ โดยเฉพาะในกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้า (EV) และเทคโนโลยีขั้นสูง ขณะเดียวกันนี้ กระทรวงอุตสาหกรรมได้เตรียมผลักดัน “กองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐานในอนาคตแห่งประเทศไทย”