← Back to KHAO

‘กรมตรวจบัญชีสหกรณ์’ รุกเข้มยกระดับแก้ปัญหาทุจริต ลุยตั้งศูนย์เฝ้าระวังฯ ชูแอป Smart Member ติดอาวุธสมาชิก พร้อมเตรียมนำ AI ตรวจสอบบัญชีในปี 2569

4 min read

Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 1 outlet. See llms.txt for citation guidance.

◌ Single Source

‘กรมตรวจบัญชีสหกรณ์’ รุกเข้มยกระดับแก้ปัญหาทุจริต ลุยตั้งศูนย์เฝ้าระวังฯ ชูแอป Smart Member ติดอาวุธสมาชิก พร้อมเตรียมนำ AI ตรวจสอบบัญชีในปี 2569

อธิบดีกรมตรวจบัญชีสหกรณ์ เผยรายละเอียดกรณีตรวจพบการทุจริตในสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนหาดใหญ่ แฉพฤติการณ์คนในเจาะฐานข้อมูลแก้ตัวเลขบัญชี สั่งฟันวินัย-อาญา-ปปง. เด็ดขาด พร้อมเดินหน้ามาตรการเชิงรุก เร่งตั้ง “ศูนย์ปฏิบัติการป้องกันและแก้ไขปัญหาทุจริตในสหกรณ์” เพื่อเฝ้าระวัง ล่าสุดพบข้อสังเกตความผิดปกติในสหกรณ์กว่า 500 แห่ง ยืนยันการทุจริตกว่า 300 แห่งทั่วประเทศ จี้สมาชิกสหกรณ์รักษาสิทธิ์ตนเองผ่านแอป Smart Member พร้อมเตรียมยกระดับมาตรฐานโปรแกรมบัญชีสหกรณ์ด้วยระบบ AI ในปี 2569

Key facts

Summary

นายวุฒิพงศ์ เนียมหอม อธิบดีกรมตรวจบัญชีสหกรณ์ เปิดเผยถึงความคืบหน้ากรณีการตรวจพบการทุจริตในสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา ซึ่งเกิดขึ้นตั้งแต่ช่วงเดือนสิงหาคม 2568 ว่า ขณะนี้กรมตรวจบัญชีสหกรณ์ได้ให้ความสำคัญกับปัญหาดังกล่าวอย่างสูงสุด โดยจากการบูรณาการการทำงานร่วมกันระหว่างเจ้าหน้าที่กรมตรวจบัญชีสหกรณ์และกรมส่งเสริมสหกรณ์ ลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริง พบว่าสหกรณ์ดังกล่าวซึ่งเป็นสหกรณ์ขนาดใหญ่ ได้เลือกใช้โปรแกรมบัญชีของเอกชน

ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่กรมตรวจบัญชีสหกรณ์ได้ทำการดึงข้อมูลจากโปรแกรมบัญชีของเอกชนดังกล่าว นำมาประมวลผลสอบทานผ่านระบบตรวจสอบของกรมฯ จนตรวจพบความผิดปกติทางบัญชีเกือบ 100 บัญชี ที่มีเส้นทางการเงินเข้า-ออกที่น่าสงสัย เมื่อขยายผลตรวจสอบเชิงลึกร่วมกับผู้สอบบัญชีภาคเอกชน พบพฤติการณ์ทุจริตว่า มีการลักลอบแก้ไขข้อมูลในระดับฐานข้อมูล (Database) เพื่อปรับแต่งตัวเลขธุรกรรมของสมาชิก โดยมีผู้กระทำความผิดร่วมกันหลายราย ซึ่งรวมถึงโปรแกรมเมอร์และผู้ดูแลระบบคอมพิวเตอร์ของสหกรณ์เอง

จากเหตุการณ์ดังกล่าว สหกรณ์ได้ตั้งคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริง และมีคำสั่ง ไล่ออกผู้ร่วมกระทำความผิดรวม      8 ราย เพื่อตัดสิทธิ์การเข้าถึงระบบทันที พร้อมกันนี้ กรมตรวจบัญชีสหกรณ์ได้ให้คำแนะนำในการยกระดับการควบคุมภายในอย่างเร่งด่วน โดยให้ระงับการเชื่อมต่อเครือข่ายอินเทอร์เน็ต (Wi-Fi) เดิม และเปลี่ยนระบบรหัสผ่าน (Password) ใหม่ทั้งหมด เพื่อป้องกันการลักลอบเจาะระบบจากภายนอก รวมทั้งได้เข้าแจ้งความดำเนินคดีทั้งทางอาญา ทางแพ่ง และประสานไปยังสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.)

Read full article at Bangkok Today →