MGR Online
สธ.ยกระดับระวัง ‘อีโบลา’ สั่งกักตัวผู้เดินทางจาก ‘คองโก-ยูกันดา’ ทุกรายที่เข้าไทย มีผลทันที
Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 2 outlets. See llms.txt for citation guidance.
2 แหล่งข่าว
นพ.สมฤกษ์ จึงสมาน ปลัดกระทรวงสาธารณสุข ในฐานะประธานการประชุมคณะกรรมการโรคติดต่อแห่งชาติ ครั้งที่ 3/2569 เปิดเผยภายหลังการประชุมว่า สถานการณ์โรคอีโบลาในสาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโกและยูกันดา มีความรุนแรงขึ้น ขณะที่ประเทศไทยมีมาตรการเฝ้าระวัง หากเฝ้าระวังได้ดี ก็น่าจะไม่มีการหลุดของเคสเข้ามา แต่ถ้ามีเคสหลุดเข้ามาแล้ววินิจฉัยช้า ก็จะเกิดเคสที่มากขึ้นในประเทศไทยได้ ซึ่งปัจจุบันมีคนเดินทางมาจาก 2 ประเทศนี้เข้าไทยด้วยเที่ยวบินแบบต่อเครื่อง เฉลี่ยวันละ 5-7 ราย
Key facts
- ที่ประชุมจึงมีมติให้ยกระดับมาตรการ โดยผู้เดินทางจาก 2 ประเทศดังกล่าว
- จะต้องเข้าสู่กระบวนการกักตัว 21 วันทันทีตั้งแต่เดินทางถึงประเทศไทย แม้ไม่มีอาการป่วย ซึ่งกรมควบคุมโรคจะเป็นผู้จัดสถานที่กักกันโรค หรือ Quarantine ให้ในช่วงแรก โดยเบื้องต้นใช้พื้นที่ภายในกรมควบคุมโรค สถาบันบำราศนราดูร เป็นสถานที่รองรับ
- เมื่อถามถึงค่าใช้จ่ายในการกักตัวรวมถึงการแจ้งต่อสายการบินและผู้เดินทางจากประเทศต้นทาง นพ.สมฤกษ์ กล่าวว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างการประสานงานกับสายการบินต่างๆ และทำรายการค่าใช้จ่ายที่จะเกิดขึ้นในระหว่างกักตัว แต่ทั้งนี้ช่วง 72
- ถามถึงการคัดแยกผู้เดินทางในเที่ยวบินเดียวกันแต่บางคนอาจไม่ได้มาจาก 2 ประเทศที่กำหนด นพ.ยงเจือ เหล่าศิริถาวร ผู้อำนวยการกองโรคติดต่อทั่วไป กล่าวว่า เนื่องจากไม่มีเที่ยวบินตรงจาก 2 ประเทศดังกล่าว
- เป็นการต่อเครื่องที่ประเทศอื่น แต่ในการประเมินความเสี่ยงตอนนี้ เราจะให้กักกันโรคเฉพาะผู้เดินทางจาก 2 ประเทศที่กำหนด ส่วนผู้เดินทางร่วมเที่ยวบินในประเทศอื่น ไม่ต้องกักกันโรค
- ถามต่อว่าการไม่ให้ความร่วมมือของผู้เดินทางในการเฝ้าระวังติดตามอาการป่วย 21 วัน เป็นอย่างไรบ้าง นพ.เอนก กล่าวว่า นพ.เอนก มุ่งอ้อมกลาง รองอธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวว่า เบื้องต้นพบว่าหลังจากที่ให้ผู้เดินทางสังเกตอาการเองที่โรงแรม
Summary
นพ.สมฤกษ์ จึงสมาน ปลัดกระทรวงสาธารณสุข ในฐานะประธานการประชุมคณะกรรมการโรคติดต่อแห่งชาติ ครั้งที่ 3/2569 เปิดเผยภายหลังการประชุมว่า สถานการณ์โรคอีโบลาในสาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโกและยูกันดา มีความรุนแรงขึ้น ขณะที่ประเทศไทยมีมาตรการเฝ้าระวัง หากเฝ้าระวังได้ดี ก็น่าจะไม่มีการหลุดของเคสเข้ามา แต่ถ้ามีเคสหลุดเข้ามาแล้ววินิจฉัยช้า ก็จะเกิดเคสที่มากขึ้นในประเทศไทยได้ ซึ่งปัจจุบันมีคนเดินทางมาจาก 2 ประเทศนี้เข้าไทยด้วยเที่ยวบินแบบต่อเครื่อง เฉลี่ยวันละ 5-7 ราย