Naewna
ไขรหัสระบอบสีน้ำเงิน วัส ติงสมิตร ถอดสมการอำนาจที่บิดเบี้ยว
Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 1 outlet. See llms.txt for citation guidance.
◌ Single Source
26 พฤษภาคม 2569 วัส ติงสมิตร นักวิชาการอิสระ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ระบุว่า “ระบอบสีน้ำเงิน” วิกฤตศรัทธา และโจทย์ใหญ่ของการเมืองไทยภายใต้รัฐธรรมนูญ 2560
Key facts
- ศาลรัฐธรรมนูญ ที่เข้ามามีบทบาทชี้ชะตาทางการเมืองบ่อยครั้งจนถูกมองว่าเป็น "ตุลาการภิวัฒน์"
- ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี
- อาจทำให้สังคมมองข้ามปัญหาเชิงโครงสร้างที่หยั่งรากลึกกว่านั้น เพราะถ้าย้อนดูกติกาแม่บทอย่าง รัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2560 จะพบว่ามันถูกออกแบบมาให้มีองค์กรที่ไม่ได้ยึดโยงกับประชาชน เข้ามาอย่างแปลกประหลาด และมีบทบาทสูงลิ่วในการกำหนดทิศทางการเมือง
- วุฒิสภา ที่มีข้อกังขาว่าฮั้วกันเข้ามาจนมีอำนาจล้นหลามในการให้ความเห็นชอบบุคคลในองค์กรอิสระและตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ
- องค์กรอิสระ ที่มีอำนาจในการตรวจสอบและแจกใบแดงถ่วงดุลฝ่ายการเมืองสูงมาก
- ระบบการเลือกตั้ง ที่จงใจออกแบบมาเพื่อให้พรรคขนาดกลางกลายเป็น “ตัวแปรชี้ขาดอำนาจ” (Kingmaker) ในการจัดตั้งรัฐบาล
Summary
การเมืองไทยในปัจจุบันกำลังเผชิญหน้ากับปรากฏการณ์สำคัญที่ไม่อาจมองข้ามได้ นั่นคือการเกิดขึ้นของคำว่า “ระบอบสีน้ำเงิน” วาทกรรมทางการเมืองชุดใหม่ที่ถูกหยิบยกขึ้นมาเพื่ออธิบายโครงสร้างอำนาจในยุคปัจจุบัน
ดังนั้น คำถามสำคัญในวันนี้จึงไม่ใช่เพียงแค่ว่า “ระบอบสีน้ำเงินมีอยู่จริงหรือไม่?” แต่คือ “เหตุใดประชาชนจำนวนมากจึงเริ่มปักใจเชื่อว่ามันมีอยู่จริง?”
หากพูดกันตามตรง คำว่า “ระบอบสีน้ำเงิน” ไม่ใช่ศัพท์ทางกฎหมาย และไม่ได้หมายถึงการเปลี่ยนแปลงรูปแบบการปกครองตามรัฐธรรมนูญแต่อย่างใด หากแต่เป็น “คำอธิบายทางการเมือง” (Political Narrative) ที่ใช้กล่าวถึงการรวมศูนย์อำนาจผ่านเครือข่ายทางการเมืองบางกลุ่ม