Krungthep Turakij
อินโดฯส่อวิกฤติ ‘หนักกว่าไทย’ ค่าเงินทรุด-ศก.เข้าขาลง
Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 1 outlet. See llms.txt for citation guidance.
◌ Single Source
อินโดนีเซียเผชิญสัญญาณอันน่ากังวลกว่าไทย เมื่อแรงกดดันจากสงครามอิหร่าน ค่าเงินรูเปียห์อ่อนค่าหนัก และความเชื่อมั่นผู้บริโภคที่ถดถอย กำลังผลักเศรษฐกิจเข้าสู่ความเสี่ยง ‘Stagflation’ ซึ่งการใช้จ่าย การเติบโต และการจ้างงาน อาจอ่อนแรงลงพร้อมกัน
Key facts
- แม้ อินโดนีเซีย จะมีการเติบโตทางเศรษฐกิจที่แข็งแกร่งในไตรมาสแรกปี 2026 ที่ระดับ 5.61% แต่ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภค “กลับอยู่ใกล้ระดับต่ำสุดในรอบ 5 เดือน”
- ข้อมูลจากบลูมเบิร์ก ระบุว่า นับตั้งแต่เกิด สงครามอิหร่าน ค่าเงินรูเปียห์อ่อนค่าลงราว 5.45% ขณะที่เงินบาทอ่อนค่าลง 5.1% และริงกิตมาเลเซียอ่อนค่า 2.1%
- กำลังเผชิญความเสี่ยงเข้าสู่ภาวะ “เงินเฟ้อควบคู่เศรษฐกิจชะงักงัน”
- ตัวอย่างเช่น ในกลุ่มผลิตภัณฑ์อนามัย สินค้าที่มีคุณสมบัติพิเศษ เช่น แผ่นอนามัยแบบบางพิเศษหรือมีคุณสมบัติต้านแบคทีเรีย ยังคงได้รับความนิยม แต่ในทางกลับกัน ผู้บริโภคในกลุ่มผงซักฟอก กลับแสดงให้เห็นอย่างชัดเจนว่าต้องการลดค่าใช้จ่าย
Summary
“สินค้าของเรามีหลายหมวดหมู่ บางรายการเราหาวัตถุดิบได้ แต่บางรายการหาไม่ได้ ทำให้กระบวนการผลิตช้าลง” ฮาเซกาวะ กล่าว พร้อมระบุว่า กลุ่มผงซักฟอกซึ่งใช้แนฟทาหรืออนุพันธ์จากน้ำมันดิบ ได้รับผลกระทบหนักที่สุด
แม้ อินโดนีเซีย จะมีการเติบโตทางเศรษฐกิจที่แข็งแกร่งในไตรมาสแรกปี 2026 ที่ระดับ 5.61% แต่ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภค “กลับอยู่ใกล้ระดับต่ำสุดในรอบ 5 เดือน” ขณะที่ ค่าเงินรูเปียห์ ทำสถิติอ่อนค่าต่อเนื่องในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา เนื่องจากความกังวลของนักลงทุนต่อความไม่แน่นอนด้านนโยบายรัฐบาล การปฏิรูปตลาดการเงิน และข้อกังวลด้านหลักนิติธรรม
“สิ่งที่ผมมองว่าน่ากังวลในตอนนี้คือ แนวโน้มด้านอุปสงค์ที่กำลังเข้าสู่ภาวะเงินฝืด” เขากล่าว “โดยพื้นฐานแล้ว หากผู้บริโภคซื้อแต่สินค้าราคาถูก การเติบโตทางเศรษฐกิจก็จะหลีกเลี่ยงการชะลอตัวได้ยาก เว้นแต่ว่าปริมาณการซื้อจะเพิ่มขึ้น”