The Standard
SMEs ไทยยืนอยู่ตรงไหน? เมื่อรายเล็ก 3 ล้านราย กำลังแบกหนี้ แข่งทุนใหญ่ และรอทางรอดจากรัฐ
Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 1 outlet. See llms.txt for citation guidance.
◌ Single Source
ท่ามกลางแรงกดดันที่กำลังถาโถมใส่ผู้ประกอบการ SMEs ไทย ตั้งแต่การเข้าถึงแหล่งทุนที่ยากขึ้น ภาระหนี้ท่วมหัว แถมต้นทุนธุรกิจยังสูงขึ้นไม่หยุด ไปจนถึงการแข่งขันจากสินค้านำเข้าที่รุกตลาดไทยหนักขึ้นเรื่อยๆ คำถามคือ วิกฤตครั้งนี้ยังพอมีทางออกหรือไม่ และรัฐจะเข้ามาช่วยได้ต่อลมหายใจได้ทันเวลาหรือไม่?
Key facts
- SMEs ไม่ได้มีแค่ร้านใหญ่ แต่มีรายเล็กถึง 99.5% ที่กำลังทรุดหนัก
- ดร ณพพงศ์ กล่าวต่อว่า ผู้ประกอบการจำนวนมากยังต้องหมุนเงินซื้อวัตถุดิบ จ่ายค่าแรง และรักษากระแสเงินสด เมื่อเข้าไม่ถึงเงินทุนในระบบ ทำให้หลายรายจำเป็นต้องหันไปพึ่งหนี้นอกระบบ ซึ่งมีอัตราดอกเบี้ยสูงถึง 20-30% ต่อเดือน
- ข้อเสนออีกด้านคือการสร้างระบบสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำในระดับ 5-7% พร้อมกำหนดเงื่อนไขจูงใจ หากผู้ประกอบการผ่อนชำระตรงเวลาครบ 1 ปี อัตราดอกเบี้ยจะลดลงอีก เมื่อสร้างประวัติทางการเงินได้ต่อเนื่องครบ 2 ปี
- ท้ายที่สุด หากฐานรากซึ่งคิดเป็น 99.5% ของทั้งระบบ ฟื้นตัวได้ ก็จะส่งแรงต่อไปยังธุรกิจขนาดกลางและขนาดใหญ่ ผ่านการบริโภคภายในประเทศ เพราะในวันที่เศรษฐกิจชะลอตัว บางครั้งจุดเริ่มต้นของการฟื้นตัว อาจไม่ได้อยู่ที่บริษัทใหญ่
- เปิดข้อเสนอสมาพันธ์ SMEs ถึงรัฐ ช่วยต่อลมหายใจรายเล็ก
- เมื่อเข้าไม่ถึงเงินกู้ในระบบ ทางเลือกที่เหลือคือ พึ่งหนี้นอกระบบ
Summary
ปัจจุบันภายใต้คำว่า SMEs ยังมีความแตกต่างกันทั้งในแง่ขนาดธุรกิจ, ศักยภาพในการแข่งขัน, ระดับการเข้าถึงทุน, รวมถึงปัญหาที่แต่ละกลุ่มกำลังเผชิญอยู่ ซึ่งล้วนต้องการแนวทางแก้ไขที่ต่างกัน นั่นหมายความว่า หากรัฐยังใช้มาตรการแบบเดียวกับทุกธุรกิจ โอกาสที่ความช่วยเหลือจะไปไม่ถึงจุดที่ต้องการให้แก้ไขจริง ก็อาจเกิดขึ้นซ้ำอีกครั้ง
ความกังวลเหล่านี้ถูกหยิบขึ้นมาพูดอีกครั้ง เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา รัฐบาลภายใต้การนำของนายกรัฐมนตรี อนุทิน ชาญวีรกูล เปิดทำเนียบรัฐบาลรับฟังข้อเสนอจากภาคเอกชน รวมถึงตัวแทนผู้ประกอบการ SMEs เพื่อร่วมกันหาแนวทางประคองธุรกิจรายเล็กที่กำลังรับแรงเสียดทานจากหลายทิศทางเข้ามาพร้อมกัน
หากรัฐบาลผลักดันสำเร็จ เศรษฐกิจจะไม่ได้ฟื้นแค่ร้านเล็ก แต่ฟื้นทั้งระบบ