The Standard
ประธานสภาฯ ย้ำวางตัวเป็นกลาง ไม่เตะถ่วงยื่นตีความ พ.ร.ก. กู้เงิน 4 แสนล้าน แจงบรรจุญัตติตั้ง กมธ. ตรวจสอบฯ ตามขั้นตอน
Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 1 outlet. See llms.txt for citation guidance.
◌ Single Source
โสภณ ซารัมย์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร ชี้แจงถึงการปฏิบัติหน้าที่ในกระบวนการพิจารณาตรวจสอบรัฐบาลกรณีการออกพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อแก้ไขปัญหาผลกระทบจากสถานการณ์ วิกฤตด้านพลังงาน และสร้างการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานของประเทศ พ.ศ. 2569 วงเงิน 4 แสนล้านบาท ภายหลังพรรคฝ่ายค้านมีข้อเรียกร้องให้ประธานสภาผู้แทนราษฎรวางตัวเป็นกลาง
Key facts
- โสภณระบุว่า ขณะนี้ได้ดำเนินการส่งคำร้องไปยังศาลรัฐธรรมนูญเพื่อวินิจฉัยความชอบด้วยกฎหมายของ พ.ร.ก. ดังกล่าว
- โสภณอธิบายเพิ่มเติมถึงกลไกการทำงานของรัฐสภาว่า ประธานสภาผู้แทนราษฎรมีบทบาทในการแสวงหาความร่วมมือระหว่างฝ่ายค้านและรัฐบาล การขับเคลื่อนงานให้เกิดผลสัมฤทธิ์จำเป็นต้องอาศัยการพูดคุยเจรจาระหว่างคณะกรรมการประสานงาน (วิป) ของทั้งสองฝ่าย
- ประธานมีหน้าที่อะไร ฝ่ายค้านและรัฐบาลมีบทบาทหน้าที่อะไร ก็ทำไปตามนั้น แต่ผมก็เข้าใจว่า ทุกฝ่ายอยากเห็นการทำงานในหน้าที่ของตนเองให้ดีที่สุด ไม่มีประธานคนไหนที่อยากให้การประชุมสภาฯ เกิดความวุ่นวาย มีแต่อยากให้ราบรื่น
- ในกรณีของญัตติตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญนี้ เมื่อไม่มีการตกลงร่วมกันล่วงหน้า คณะกรรมการของสภาฯ จึงต้องวินิจฉัยและบรรจุเป็นญัตติทั่วไปตามระบบ อย่างไรก็ตาม หากในภายหลังวิปทั้งสองฝ่ายสามารถเจรจาหาข้อสรุปได้ สภาฯ
Summary
สำหรับกรณีที่มีการตั้งข้อสังเกตเรื่องการพิจารณาญัตติขอตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญตรวจสอบการใช้งบประมาณจาก พ.ร.ก. กู้เงินฯ นั้น โสภณอธิบายว่า การพิจารณาจัดลำดับความสำคัญของญัตติว่าเป็นเรื่องเร่งด่วนหรือไม่ เป็นอำนาจการพิจารณาของคณะกรรมการที่มีรองประธานสภาผู้แทนราษฎรเป็นประธาน
โสภณระบุว่า ขณะนี้ได้ดำเนินการส่งคำร้องไปยังศาลรัฐธรรมนูญเพื่อวินิจฉัยความชอบด้วยกฎหมายของ พ.ร.ก. ดังกล่าว ตามอำนาจหน้าที่เสร็จสิ้นแล้ว พร้อมปฏิเสธข้อกล่าวหาที่ระบุว่าตนให้ความช่วยเหลือหรือปกป้องรัฐบาลในการตรวจสอบครั้งนี้
โสภณอธิบายเพิ่มเติมถึงกลไกการทำงานของรัฐสภาว่า ประธานสภาผู้แทนราษฎรมีบทบาทในการแสวงหาความร่วมมือระหว่างฝ่ายค้านและรัฐบาล การขับเคลื่อนงานให้เกิดผลสัมฤทธิ์จำเป็นต้องอาศัยการพูดคุยเจรจาระหว่างคณะกรรมการประสานงาน (วิป) ของทั้งสองฝ่าย หากได้ข้อสรุปที่ตรงกันและแจ้งมายังประธานสภาผู้แทนราษฎร การพิจารณาวาระต่างๆ ก็จะดำเนินไปได้