Prachachat
ศุภจีโชว์บทบาทไทยเวทีเอเปค ดันการทูตเศรษฐกิจเชิงรุก เปิดทางค้า-ลงทุน
Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 2 outlets. See llms.txt for citation guidance.
2 แหล่งข่าว
“ศุภจี” ร่วมประชุมรัฐมนตรีการค้าเอเปคที่จีน เดินหน้าการทูตเศรษฐกิจเชิงรุก ชูบทบาทไทยฐานการผลิต-โลจิสติกส์ที่น่าเชื่อถือของภูมิภาค ดันความร่วมมือดิจิทัล AI เศรษฐกิจสีเขียว ความมั่นคงอาหาร พร้อมหารือทวิภาคีสหรัฐ จีน ออสเตรเลีย และสิงคโปร์ เปิดโอกาสการค้า การลงทุน และขยายตลาดสินค้าไทย
Key facts
- นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ได้เข้าร่วมการประชุมรัฐมนตรีการค้าเอเปค หรือ APEC Ministers Responsible for Trade Meeting (MRT 2026) ระหว่างวันที่ 22-23 พฤษภาคม 2569 ณ เมืองซูโจว มณฑลเจียงซู
- ในปี 2568 การค้ารวมของไทยกับเอเปคมีมูลค่า 16.30 ล้านล้านบาท หรือ 495 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ คิดเป็น 72.24% ของการค้ารวมทั้งหมดของไทย แบ่งเป็นการส่งออกไปเอเปค 7.80 ล้านล้านบาท หรือ 238 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ และนำเข้าจากเอเปค 8.50 ล้านล้านบาท
- ร่วมประชุมรัฐมนตรีการค้าเอเปคที่จีน เดินหน้าการทูตเศรษฐกิจเชิงรุก ชูบทบาทไทยฐานการผลิต-โลจิสติกส์ที่น่าเชื่อถือของภูมิภาค ดันความร่วมมือดิจิทัล AI เศรษฐกิจสีเขียว ความมั่นคงอาหาร พร้อมหารือทวิภาคีสหรัฐ จีน ออสเตรเลีย และสิงคโปร์
- นอกจากนี้ ไทยยังชูมาตรการภายในประเทศที่ช่วยเสริมบทบาทการเป็นฐานการผลิตและโลจิสติกส์ที่น่าเชื่อถือของภูมิภาค ผ่านการปรับปรุงกฎระเบียบและอำนวยความสะดวกทางธุรกิจ เช่น การปฏิรูปกฎหมาย Omnibus Law มาตรการ Regulatory Guillotine
Summary
การประชุมครั้งนี้จีนในฐานะเจ้าภาพเอเปคปี 2569 ให้ความสำคัญกับการรักษาระบบการค้าให้เปิดกว้าง คาดการณ์ได้ และน่าเชื่อถือ ท่ามกลางความท้าทายของเศรษฐกิจและการค้าโลก พร้อมผลักดันความร่วมมือด้านดิจิทัล นวัตกรรม ปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI เทคโนโลยี และเศรษฐกิจสีเขียว ในฐานะเครื่องยนต์ใหม่ของการค้าสมัยใหม่
นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ได้เข้าร่วมการประชุมรัฐมนตรีการค้าเอเปค หรือ APEC Ministers Responsible for Trade Meeting (MRT 2026) ระหว่างวันที่ 22-23 พฤษภาคม 2569 ณ เมืองซูโจว มณฑลเจียงซู สาธารณรัฐประชาชนจีน โดยใช้เวทีดังกล่าวผลักดันบทบาทไทยด้านการค้า การลงทุน และความร่วมมือทางเศรษฐกิจในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก
นอกจากนี้ ไทยยังชูมาตรการภายในประเทศที่ช่วยเสริมบทบาทการเป็นฐานการผลิตและโลจิสติกส์ที่น่าเชื่อถือของภูมิภาค ผ่านการปรับปรุงกฎระเบียบและอำนวยความสะดวกทางธุรกิจ เช่น การปฏิรูปกฎหมาย Omnibus Law มาตรการ Regulatory Guillotine ระบบเชื่อมโยงข้อมูลทางการค้า หรือ Business Data Exchange (BDEX) และระบบเร่งรัดการพิจารณาอนุมัติและอนุญาตของสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน หรือ BOI FastPass