Prachachat
เปิดตำรา 4 ทศวรรษ ‘ลลิล’ เดินเกมเก๋า รอดทุกวิกฤต
Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 1 outlet. See llms.txt for citation guidance.
◌ Single Source
แม้จะเป็นอสังหาฯ รายกลาง แต่ก็มีความแข็งแรงไม่แพ้รายใหญ่ สำหรับ “ลลิล พร็อพเพอร์ตี้” อีกหนึ่งแบรนด์อสังหาฯ ที่ฝ่าวิกฤตเศรษฐกิจมาได้อย่างแข็งแกร่ง
Key facts
- ผ่านสมรภูมิมาได้ตลอดการเดินทางเกือบ 40 ปี นับจากปีแรก 2531 จนถึงปัจจุบัน
- อสังหาฯ ตอนนั้นยอดโอนจากหลักหมื่นล้านเหลือหลักพันล้านลดลง 10 เท่า ของเรายอดขายเป็น 0 มียอดคืนมากกว่ายอดขาย เพราะคนตกงานเป็นล้านคน ดอกเบี้ยก็สูง คิดดูถ้าไปกู้ธนาคาร 1 ล้านบาท ผ่อน 1.8 แสนบาท ยังจ่ายได้แค่ดอกเบี้ยเอง เดี๋ยวนี้กู้ ธอส. 1
- แม้จะเป็นอสังหาฯ รายกลาง แต่ก็มีความแข็งแรงไม่แพ้รายใหญ่ สำหรับ “ลลิล พร็อพเพอร์ตี้”
- จำได้ไม่ลืม คนไทยตกงานนับล้านคน ดอกเบี้ยเงินฝาก 12% ต่อปี ดอกเบี้ยเงินกู้ 18% ต่อปี เงินหายออกไปจากระบบจำนวนมาก
- ย้อนกลับไปช่วงปี 2540 ประเทศไทยเผชิญหน้ากับปัญหาเศรษฐกิจที่รุนแรง รู้จักกันดีในนาม “วิกฤตต้มยำกุ้ง”
- บอกว่า แนวทางการดำเนินธุรกิจต้องบริหารแบบมีข้อมูล มีระบบที่ดี มีไมนด์เซตในการขยายธุรกิจตามความเป็นจริง สมมติว่าเศรษฐกิจโต 1-2% การตั้งเป้าเติบโต 15-20% ไม่เป็นไปตามภาวะเศรษฐกิจ แปลว่าคุณเก่งกว่าตลาด 15 เท่า สถานการณ์มันจะพิสูจน์เองว่า
Summary
อะไรคือคีย์ซักเซส ที่ทำให้ “ลลิล” ผ่านสมรภูมิมาได้ตลอดการเดินทางเกือบ 40 ปี นับจากปีแรก 2531 จนถึงปัจจุบัน
ย้อนกลับไปช่วงปี 2540 ประเทศไทยเผชิญหน้ากับปัญหาเศรษฐกิจที่รุนแรง รู้จักกันดีในนาม “วิกฤตต้มยำกุ้ง” นับเป็นสถานการณ์ที่ “ไชยยันต์” จำได้ไม่ลืม คนไทยตกงานนับล้านคน ดอกเบี้ยเงินฝาก 12% ต่อปี ดอกเบี้ยเงินกู้ 18% ต่อปี เงินหายออกไปจากระบบจำนวนมาก
ในยุคนั้น “ลลิล” เป็นองค์กร 28 ปี เดินหน้าทำบ้านต่อไป พร้อมกับการ “ลีนธุรกิจ” ลดหนี้ให้เหลือน้อยที่สุด ถ้าเราไม่เป็นหนี้ ไม่มีดอกเบี้ยมาเป็นภาระให้แบกก็ไม่มีปัญหา เพราะผู้ประกอบการที่ไม่รอดในตอนนั้นมาจากสาเหตุการหมุนเงินไม่ทัน ผิดนัดชำระหนี้หุ้นกู้ บางรายธนาคารไม่อนุมัติสินเชื่อ ทำให้กลายเป็นหนี้เสีย (NPL) ส่วนลลิลที่ยึดแนวทางเดิมมาจนทุกวันนี้ไม่เป็นหนี้สูง รักษาสภาพคล่อง ตัดค่าใช้จ่ายส่วนเกินทิ้ง ลดสต๊อก ผลปรากฏว่าบริษัทตัวเบา รอดจากวิกฤตมาจนถึงทุกวันนี้