iLaw
เจาะผลประชามติ #8กุมภากาเห็นชอบ เสียงรัฐธรรมนูญใหม่ชนะทั้ง 6 ภาค
Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 1 outlet. See llms.txt for citation guidance.
◌ Single Source
เมื่อวันที่ 8 พฤษภาคม 2569 เครือข่ายภาคประชาชนยกขบวนยื่นหนังสือเรียกร้องให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เปิดเผยผลคะแนนออกเสียงประชามติในคำถามว่า “ท่านเห็นชอบว่าสมควรมีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่หรือไม่” เมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 และหลังจากยื่นหนังสือไป 10 วัน กกต. ก็ได้นำเว็บไซต์รายงานผลคะแนนแบบ Dashboard กลับมารายงานโดยปรากฏผลคะแนนแบบ 100% ทั้งในการเลือกตั้งและการออกเสียงประชามติให้ได้เป็นครั้งแรก นับเป็นเวลา 99 วันนับจากวันเข้าคูหา
Key facts
- เมื่อวันที่ 8 พฤษภาคม 2569 เครือข่ายภาคประชาชนยกขบวนยื่นหนังสือเรียกร้องให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เปิดเผยผลคะแนนออกเสียงประชามติในคำถามว่า “ท่านเห็นชอบว่าสมควรมีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่หรือไม่”
- นอกจากเสียงเห็นชอบจากกรุงเทพมหานครจะเป็น 1 ใน 3 ของเสียงเห็นชอบทั้งหมดในภาคกลางแล้ว เสียงเห็นชอบจากกรุงเทพมหานครเพียงพื้นที่เดียวก็เท่ากับราว 10.89% ของเสียงเห็นชอบทั้งประเทศอีกด้วย ซึ่งจำนวนเสียงเห็นชอบจากกรุงเทพมหานคร 2.3 ล้าน
- จึงได้ข้อยุติว่า ประชาชนเห็นว่าประเทศไทยสมควรมีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ เพื่อมาแทนที่รัฐธรรมนูญ 2560 ที่ถูกร่างและประกาศใช้ในยุคเผด็จการคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.)
- พระราชบัญญัติว่าด้วยการออกเสียงประชามติ 2564 ฉบับแก้ไขเพิ่มเติมครั้งที่ 2 มาตรา 13 ระบุว่าการหาข้อยุติว่าการทำประชามติในครั้งนั้นจะใช้ระบบ “ เสียงข้างมาก”
- แม้ว่าภาคเหนือจะมีสัดส่วนเสียงเห็นชอบสูงสุด แต่เมื่อเรียงคะแนนเพียงเฉพาะเสียงเห็นชอบเพียงอย่างเดียวทั้งประเทศแล้ว ภาคกลางมีจำนวนเสียงเห็นชอบคือ 7,461,974 เสียง หรือคิดเป็น 34.51% ของจำนวนเสียงเห็นชอบทั้งหมด
- ภาคใต้เป็นภาคที่มีสัดส่วนเสียงเห็นชอบอยู่น้อยที่สุดคือ 2,428,690 เสียงหรือ 46.64% ขณะที่เสียงไม่เห็นชอบอยู่ที่ 2,320,226 หรือ 44.56% มีส่วนต่างเพียง 2.08% หรือ 108,464 เสียง ในขณะที่ภาคอื่นๆ
Summary
พระราชบัญญัติว่าด้วยการออกเสียงประชามติ 2564 ฉบับแก้ไขเพิ่มเติมครั้งที่ 2 มาตรา 13 ระบุว่าการหาข้อยุติว่าการทำประชามติในครั้งนั้นจะใช้ระบบ “ เสียงข้างมาก” โดยต้องสูงกว่าเสียงไม่แสดงความคิดเห็น ทำให้นอกจากการพิจาารณาเสียงเห็นชอบและเสียงไม่เห็นชอบแล้ว เสียงไม่แสดงความคิดเห็นก็มีผลต่อการหาข้อยุติของการทำประชามติด้วย ในบทความนี้จึงแสดงตัวเลขที่คำนวณเป็นเปอร์เซ็นต์จากจำนวนบัตรดีทั้งหมด และแบ่งตามสัดส่วนของเสียงเห็นชอบ เสียงไม่เห็นชอบ และเสียงไม่แสดงความคิดเห็น
ก่อนหน้านี้ราวหนึ่งเดือนหลังการออกเสียงประชามติ กกต.ได้ประกาศ ผลประชามติอย่างเป็นทางการ แล้วว่าประชาชนคิดเห็นอย่างไรกับการจัดทำรัฐธรรมนูญใหม่ แต่ไม่มีการเปิดเผยข้อมูลรายเขต โดยจากจำนวนผู้มีสิทธิเลือกตั้ง 52,933,610 คน มีผู้มาใช้สิทธิออกเสียงประชามติ 36,870,266 คน หรือคิดเป็น 69.65% และมีผลประชามติ ดังนี้
ดังนั้น หากเราพิจารณาผลคะแนนประชามติของจังหวัดกรุงเทพมหานคร ผลคะแนนที่ปรากฏใน Dashboard จะเป็นเสียงของผู้ที่ใช้สิทธิในพื้นที่กรุงเทพมหานครทั้งหมด ซึ่งรวมทั้งผู้มีสิทธิเลือกตั้งที่มีทะเบียนบ้านอยู่ในกรุงเทพมหานคร และผู้มีสิทธิเลือกตั้งที่มีทะเบียนบ้านอยู่นอกกรุงเทพมหานครแต่ขอใช้สิทธิที่นี่ด้วย ซึ่งจำนวนเสียงของคนที่ใช้สิทธินอกเขตทำให้คะแนนถูกนับนอกเขต มีมากกว่า 1.5 ล้านคน