Ban Muang
“จากสวนโมกข์ สู่โลก AI” เปิดประวัติศาสตร์บทใหม่พุทธศาสนาไทย ผสานพุทธปัญญา–ปัญญาประดิษฐ์ ในวาระ 120 ปีชาตกาลพุทธทาสภิกขุ
Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 1 outlet. See llms.txt for citation guidance.
◌ Single Source
ณ หอจดหมายเหตุพุทธทาส อินทปัญโญ ได้เกิดปรากฏการณ์สำคัญที่อาจกลายเป็นหมุดหมายใหม่ของพุทธศาสนาไทยในศตวรรษที่ 21 เมื่อโครงการ “พัฒนาฐานข้อมูลจดหมายเหตุพุทธทาสดิจิทัล : จากสวนโมกข์ สู่โลก AI” เปิดตัวอย่างเป็นทางการในวาระครบรอบ 120 ปีชาตกาลของ พุทธทาสภิกขุ ท่ามกลางการจับตาของวงวิชาการ เทคโนโลยี และศาสนศึกษาทั้งในและต่างประเทศ
Key facts
- หนึ่งในประเด็นที่ได้รับการกล่าวถึงอย่างมาก คือบันทึกช่วงสุดท้ายของ พุทธทาสภิกขุ เมื่อปี 2536 ซึ่งระบุข้อความสำคัญว่า “คอมพิวเตอร์คือยักษ์หลับแห่งยุค”
- จนถึงปัจจุบัน มีอาสาสมัครเข้าร่วมแล้วกว่า 2,256 คน สามารถถอดความได้มากกว่า 47,000 หน้า คิดเป็นตัวอักษรกว่า 103 ล้านตัวอักษร กลายเป็นชุดข้อมูลมหาศาลสำหรับการพัฒนา AI ทางพุทธศาสนา
- ข้อมูลที่ถูกป้อนเข้าสู่ระบบประกอบด้วยเอกสารจดหมายเหตุกว่า 20,000 รายการ ภาพถ่ายและฟิล์มกว่า 50,000 ภาพ และไฟล์เสียงธรรมบรรยายขนาดรวมกว่า 1,900 กิกะไบต์ ซึ่งล้วนต้องผ่านกระบวนการจัดหมวดหมู่ อภิข้อมูล และการตรวจสอบความถูกต้องอย่างเข้มงวด
Summary
หัวใจสำคัญของโครงการมิได้หยุดอยู่เพียงการสแกนเอกสารหรือใช้เทคโนโลยี OCR หากแต่เป็นการสร้าง “พุทธทาส AI” ต้นแบบ ที่สามารถประมวลคำสอนเชิงลึกผ่านระบบปัญญาประดิษฐ์ โดยใช้หลักการ Natural Language Processing (NLP), Semantic Search และ AI Search เพื่อให้ผู้ใช้งานเข้าถึงสารัตถะแห่งธรรมได้ง่ายขึ้น
โครงการดังกล่าวเกิดจากความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์ระหว่าง มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ โดยสำนักนวัตกรรมดิจิทัลและระบบอัจฉริยะ กับ หอจดหมายเหตุพุทธทาส อินทปัญโญ เพื่อรวบรวมองค์ความรู้มหาศาลของพุทธทาสภิกขุ ทั้งเอกสารลายมือ หนังสือ เสียงธรรมบรรยาย ภาพถ่าย และงานเผยแผ่ธรรมะกว่า 600,000 หน้า เข้าสู่ระบบฐานข้อมูลอัจฉริยะที่สามารถสืบค้น วิเคราะห์ และโต้ตอบผ่าน AI ได้อย่างแม่นยำ
คำกล่าวดังกล่าวถูกมองว่าเป็นวิสัยทัศน์ล้ำยุค ที่สะท้อนว่าพุทธทาสภิกขุมิได้ปฏิเสธเทคโนโลยี หากกลับมองเห็นศักยภาพของระบบคอมพิวเตอร์ในการเผยแผ่ธรรมะสู่มนุษยชาติในวงกว้าง