MCOT (TNA)
ระทึก! พบระเบิดตกค้างกลางไร่ของประชาชน
Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 1 outlet. See llms.txt for citation guidance.
◌ Single Source
สระแก้ว 24 พ.ค. - สถานการณ์ตามแนวชายแดนไทย–กัมพูชา ด้านอำเภอโคกสูง จังหวัดสระแก้ว ยังคงน่าเป็นห่วง ล่าสุดทหารพรานตรวจพบวัตถุต้องสงสัยคล้ายระเบิด กลางพื้นที่ทำกินของชาวบ้าน ขณะเดียวกันยังสกัดจับคนไทยลักลอบเดินเท้าข้ามแดน ซึ่งเป็นพื้นที่เสี่ยงภัยจากทุ่
Key facts
- ชาวบ้านกุดผือ หมู่ 4 ตำบลโนนหมากมุ่น อำเภอโคกสูง จังหวัดสระแก้ว พาเจ้าหน้าที่ทหารกองกำลังบูรพา เข้าตรวจสอบจุดที่พบวัตถุต้องสงสัยว่าจะเป็นระเบิด ไม่ทราบชนิด จำนวน 1 ลูก โดยเจ้าหน้าที่ได้ทำเครื่องหมายและกั้นพื้นที่อันตราย
- ต่อมาวันที่ 1 พฤษภาคม 2569 ทั้งหมดเดินทางจากภูมิลำเนาเข้าสู่กรุงเทพมหานคร และต่อรถมายังอำเภออรัญประเทศ จังหวัดสระแก้ว จากนั้นมีรถยนต์มารับไปส่งบริเวณชายแดน ก่อนถูกนำพาลักลอบเดินเท้าผ่านช่องทางธรรมชาติเข้าประเทศกัมพูชา
- ติดต่อชักชวนให้ไปทำงานออนไลน์กับบริษัทของชาวจีนในกรุงปอยเปต โดยเสนอเงินเดือน 18,000 บาท พร้อมรับผิดชอบค่าเดินทางทั้งหมด
- เมื่อเดินทางถึงกรุงปอยเปต ทั้งหมดถูกพาไปพักภายในโรงแรมแห่งหนึ่ง โดยอ้างว่าให้รอเริ่มงาน แต่เวลาผ่านไปกว่า 2 สัปดาห์ กลับไม่ได้ทำงานตามที่ตกลง อีกทั้งเริ่มพบพิรุธและเชื่อว่าอาจถูกหลอกเข้าสู่ขบวนการผิดกฎหมาย หรือแก๊งคอลเซ็นเตอร์
Summary
ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคง ยังคงเน้นย้ำเตือนประชาชนว่า พื้นที่ตามแนวชายแดนไทย–กัมพูชา หลายจุด โดยเฉพาะช่องทางธรรมชาติ ยังคงมีความเสี่ยงจากวัตถุระเบิดและทุ่นระเบิดตกค้าง ซึ่งอาจเป็นอันตรายร้ายแรงต่อชีวิตและทรัพย์สิน หากประชาชนพบเห็นวัตถุต้องสงสัย หรือทราบเบาะแสการลักลอบเข้า–ออกประเทศผิดกฎหมาย สามารถแจ้งเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงในพื้นที่ได้ทันที
ชาวบ้านกุดผือ หมู่ 4 ตำบลโนนหมากมุ่น อำเภอโคกสูง จังหวัดสระแก้ว พาเจ้าหน้าที่ทหารกองกำลังบูรพา เข้าตรวจสอบจุดที่พบวัตถุต้องสงสัยว่าจะเป็นระเบิด ไม่ทราบชนิด จำนวน 1 ลูก โดยเจ้าหน้าที่ได้ทำเครื่องหมายและกั้นพื้นที่อันตราย พร้อมประชาสัมพันธ์แจ้งเตือนประชาชนในพื้นที่ให้หลีกเลี่ยงการเข้าใกล้จุดดังกล่าว เพื่อป้องกันอันตรายที่อาจเกิดขึ้น รวมถึงประสานชุดเก็บกู้วัตถุระเบิด เข้าดำเนินการตรวจสอบและเก็บกู้ต่อไป
เมื่อเดินทางถึงกรุงปอยเปต ทั้งหมดถูกพาไปพักภายในโรงแรมแห่งหนึ่ง โดยอ้างว่าให้รอเริ่มงาน แต่เวลาผ่านไปกว่า 2 สัปดาห์ กลับไม่ได้ทำงานตามที่ตกลง อีกทั้งเริ่มพบพิรุธและเชื่อว่าอาจถูกหลอกเข้าสู่ขบวนการผิดกฎหมาย หรือแก๊งคอลเซ็นเตอร์ จึงตัดสินใจหลบหนีออกจากที่พักในช่วงกลางดึก ภายหลังหลบหนี มีคนไทยในฝั่งกัมพูชาช่วยประสานรถยนต์มาส่งใกล้แนวชายแดน ก่อนมีผู้นำทางชาวกัมพูชา 2 คน พาเดินลัดเลาะผ่านแนวป่ายูคาและทุ่งนา เพื่อกลับเข้าฝั่งไทย