Microsoft · Meta · The Standard
แบงก์สหรัฐฯ แห่ซื้อ Credit Default Swap ป้องกัน Big Tech ผิดนัดชำระหนี้โครงการ AI สูงสุดเป็นประวัติการณ์
Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 1 outlet. See llms.txt for citation guidance.
◌ Single Source
ธนาคารในวอลสตรีทแห่ซื้อ Credit Default Swap ลดความเสี่ยง Hyperscaler ผิดนัดชำระหนี้ สูงสุดเป็นประวัติการณ์ หลังปล่อยกู้กลุ่ม Big tech ลงทุนโครงการ AI มูลค่าหลายแสนล้านดอลลาร์สหรัฐฯ
Key facts
- ลงทุน AI ทะลุ 5 ล้านล้านดอลลาร์ เฮดจ์ฟันด์ แบกความเสี่ยงหนี้เพิ่ม
- ตัวอย่างเช่น สัญญาประกันหนี้ CDS ของ Meta ที่มีอายุสัญญา 5 ปี มีการซื้อขายที่ระดับราว 0.73% ต่อปี เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา หมายความว่า เฮดจ์ฟันด์ที่ขายความคุ้มครองความเสี่ยงผิดนัดชำระหนี้บนมูลค่าเงินต้น 10 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
- ภายในปี 2573 มีการประมาณการว่า การลงทุนสร้างโครงสร้างพื้นฐาน AI จะมีมูลค่าสูงถึง 5 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ทำให้เฮดจ์ฟันด์มีโอกาสทำกำไรจากการขาย CDS มากขึ้น จากส่วนต่างค่าพรีเมียมที่สูงกว่าปกติในอนาคต
- ธนาคารในวอลสตรีทแห่ซื้อ Credit Default Swap ลดความเสี่ยง Hyperscaler ผิดนัดชำระหนี้ สูงสุดเป็นประวัติการณ์ หลังปล่อยกู้กลุ่ม Big tech ลงทุนโครงการ AI มูลค่าหลายแสนล้านดอลลาร์สหรัฐฯ
- สูงกว่าการขายสัญญาประกันหนี้ CDS ที่อ้างอิงบริษัทในดัชนี North American investment-grade ซึ่งมีอายุสัญญา 5 ปี บนวงเงิน 10 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยมีต้นทุนอยู่ที่ประมาณ 52,000 ดอลลาร์สหรัฐต่อปี ขณะที่อันดับเครดิตเฉลี่ยของดัชนีอยู่ที่ BBB+
- ปกติแล้วธนาคารมีเพดานจำกัดว่าจะรับความเสี่ยงหนี้จากบริษัทใดบริษัทหนึ่งได้มากแค่ ไหน ทั้งจากพอร์ตสินเชื่อและสัญญาอนุพันธ์ต่างๆ แต่บริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่ที่ลงทุนในโครงสร้างพื้นฐาน AI หรือเรียกว่า Hyperscaler อย่าง Meta และ Alphabet
Summary
ปกติแล้วธนาคารมีเพดานจำกัดว่าจะรับความเสี่ยงหนี้จากบริษัทใดบริษัทหนึ่งได้มากแค่ ไหน ทั้งจากพอร์ตสินเชื่อและสัญญาอนุพันธ์ต่างๆ แต่บริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่ที่ลงทุนในโครงสร้างพื้นฐาน AI หรือเรียกว่า Hyperscaler อย่าง Meta และ Alphabet กำลังระดมทุนมหาศาล เพื่อลงทุนเพิ่มในโครงการ AI โดยประมาณการว่า ทั้งสองเจ้านี้ระดมเงินทั่วโลก รวมกันไปแล้วกว่า 250,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ทำให้ธนาคารหลายแห่งความเสี่ยงใกล้เต็มเพดาน
ตัวอย่างเช่น สัญญาประกันหนี้ CDS ของ Meta ที่มีอายุสัญญา 5 ปี มีการซื้อขายที่ระดับราว 0.73% ต่อปี เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา หมายความว่า เฮดจ์ฟันด์ที่ขายความคุ้มครองความเสี่ยงผิดนัดชำระหนี้บนมูลค่าเงินต้น 10 ล้านดอลลาร์สหรัฐ จะได้รับผลตอบแทนราว 73,000 ดอลลาร์สหรัฐต่อปี บนความเสี่ยงที่ต่ำ เนื่องจาก Meta มีอันดับเครดิตเรตติ้งระดับ AA- จาก S&P Global และระดับ Aa3 จาก Moody’s ซึ่งถือเป็นอันดับความน่าเชื่อถือสูงสุดลำดับที่ 4
ภายในปี 2573 มีการประมาณการว่า การลงทุนสร้างโครงสร้างพื้นฐาน AI จะมีมูลค่าสูงถึง 5 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ทำให้เฮดจ์ฟันด์มีโอกาสทำกำไรจากการขาย CDS มากขึ้น จากส่วนต่างค่าพรีเมียมที่สูงกว่าปกติในอนาคต