Siam Blockchain
StablR ถูกแฮก คีย์รั่ว ผู้โจมตีเสก EURR ปลอม ราคาดิ่งกว่า 20%
Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 2 outlets. See llms.txt for citation guidance.
2 แหล่งข่าว
StablR ถูกโจมตีเมื่อวันที่ 23 พ.ค. 2569 ผู้โจมตีได้รับสิทธิ์ผู้ดูแลระบบ เสกโทเคน USDR ประมาณ 8.35 ล้านดอลลาร์ และ EURR ประมาณ 4.5 ล้านดอลลาร์ จากนั้นนำไปแลกเป็น ETH ราว 1,115 เหรียญบนกระดานเทรดแบบกระจายศูนย์
Key facts
- StablR ถูกโจมตีเมื่อวันที่ 23 พ.ค. 2569 ผู้โจมตีได้รับสิทธิ์ผู้ดูแลระบบ เสกโทเคน USDR ประมาณ 8.35 ล้านดอลลาร์ และ EURR ประมาณ 4.5 ล้านดอลลาร์ จากนั้นนำไปแลกเป็น ETH ราว 1,115 เหรียญบนกระดานเทรดแบบกระจายศูนย์
- ต้นเหตุไม่ใช่ช่องโหว่ในสมาร์ตคอนแทรกต์ แต่เกิดจากความล้มเหลวด้านการจัดการคีย์และระบบกำกับดูแล โดยบัญชี multisig มีค่า threshold ที่อ่อนแอเพียง 1 ใน 3
- USDR ราคาร่วงประมาณ 30% เหลือราว $0.70 และ EURR ร่วงประมาณ 22-23% เหลือราว $0.88 ขณะที่ยังไม่มีแถลงการณ์อย่างเป็นทางการจาก StablR
Summary
เหตุการณ์นี้สร้างความกังวลเรื่องความปลอดภัยของสกุลเงิน Stablecoin โดยตรง โดยเฉพาะในกลุ่มที่อ้างว่าปฏิบัติตามกฎหมายคริปโตของสหภาพยุโรป (MiCA) การที่ EURR และ USDR หลุดจากมูลค่า 1:1 พร้อมกันส่งสัญญาณลบต่อความเชื่อมั่น และอาจกระตุ้นให้นักลงทุนระมัดระวังการถือ Stablecoin สายยุโรปมากขึ้นในระยะสั้น
เมื่อวันที่ 23 พ.ค. 2569 ตามรายงานจาก Cointelegraph โดยอ้างอิงข้อมูลจากนักสืบออนเชน ZachXBT ผู้ให้บริการ Stablecoin อย่าง StablR ซึ่งตั้งอยู่ในมอลตา ถูกโจมตีจนทำให้โทเคน EURR และ USDR สูญเสียค่าเงิน โดยผู้โจมตีสามารถเข้าถึงสิทธิ์ผู้ดูแลระบบ จากนั้นเสก USDR ประมาณ 8.35 ล้านดอลลาร์ และ EURR ประมาณ 4.5 ล้านดอลลาร์ขึ้นมาโดยไม่ชอบ แล้วนำโทเคนมูลค่ารวมราว 10.4 ล้านดอลลาร์ไปแลกเป็น ETH ประมาณ 1,115 เหรียญบนกระดานเทรดแบบกระจายศูนย์ หลังเหตุการณ์ดังกล่าว USDR ราคาร่วงประมาณ 30%
บริษัทรักษาความปลอดภัยบล็อกเชน Blockaid รายงานว่าต้นเหตุของเหตุการณ์นี้ไม่ได้มาจากช่องโหว่ในสมาร์ตคอนแทรกต์ แต่เป็นความล้มเหลวด้านการจัดการคีย์และระบบกำกับดูแลภายใน โดยผู้โจมตีได้เข้าถึงคีย์ส่วนตัวของเจ้าของรายหนึ่งในบัญชี multisig ที่มีค่า threshold ที่อ่อนแอเพียง 1 ใน 3 หลังจากได้รับการควบคุม ผู้โจมตีได้แทนที่ผู้ดูแลระบบรายอื่นทั้งหมด ทำให้สามารถเสกโทเคนได้อย่างอิสระ อย่างไรก็ตาม กำไรสุทธิที่ผู้โจมตีได้รับจริงอยู่ที่ประมาณ 2.8 ล้านดอลลาร์