Matichon
ศุภจี ร่วมประชุม รมต.การค้าเอเปค ที่จีน เดินหน้าการทูตเศรษฐกิจเชิงรุก
Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 5 outlets. See llms.txt for citation guidance.
KHAO Verified
นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ โชว์บทบาทไทยบนเวทีการประชุม รัฐมนตรีการค้าเอเปค หรือ APEC Ministers Responsible for Trade Meeting (MRT 2026) ที่เมืองซูโจว มณฑลเจียงซู สาธารณรัฐประชาชนจีน โดยเน้นเดินหน้าเชิงรุกชูนโยบายและการดำเนินงานของไทย และพบหารือทวิภาคีอย่างเข้มข้น เพื่อผลักดันโอกาสทางการค้า การลงทุน และความร่วมมือที่เป็นประโยชน์ต่อไทย
Key facts
- นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ โชว์บทบาทไทยบนเวทีการประชุม รัฐมนตรีการค้าเอเปค หรือ APEC Ministers Responsible for Trade Meeting (MRT 2026) ที่เมืองซูโจว มณฑลเจียงซู สาธารณรัฐประชาชนจีน
- นางศุภจีเปิดเผยว่า การประชุม APEC MRT 2026 ที่จัดขึ้นระหว่างวันที่ 22-23 พฤษภาคม 2569 ที่เมืองซูโจว มณฑลเจียงซู สาธารณรัฐประชาชนจีน เป็นเวทีการประชุมสำคัญประจำปีของรัฐมนตรีด้านการค้าในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก
- การเข้าร่วม APEC MRT 2026 ไม่ใช่เพียงการเข้าร่วมประชุม แต่เป็นการใช้เวทีระหว่างประเทศเพื่อผลักดัน ผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจของไทยอย่างเป็นรูปธรรม ทั้งการรักษาความสัมพันธ์กับคู่ค้าเดิม การเปิดประตูการค้า การลงทุน การขยายตลาดสินค้าและบริการไทย
- นางศุภจีแจ้งว่า ในเวทีดังกล่าวไทยได้แลกเปลี่ยนความเห็นกับสมาชิกเอเปคอื่นๆ และเสนอแนวทางความร่วมมือที่เป็นรูปธรรม เช่น การลดความแตกต่างของกฎระเบียบระหว่างกันเพื่อเชื่อมต่อห่วงโซ่อุปทานที่ยืดหยุ่น และเดินหน้า การรวมกลุ่มทางเศรษฐกิจให้มากขึ้น
Summary
นางศุภจีเปิดเผยว่า การประชุม APEC MRT 2026 ที่จัดขึ้นระหว่างวันที่ 22-23 พฤษภาคม 2569 ที่เมืองซูโจว มณฑลเจียงซู สาธารณรัฐประชาชนจีน เป็นเวทีการประชุมสำคัญประจำปีของรัฐมนตรีด้านการค้าในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก โดยสาธารณรัฐประชาชนจีนซึ่งเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมเอเปคปีนี้ มุ่งเน้นการหารือและแลกเปลี่ยน ความเห็นระหว่างเขตเศรษฐกิจในการรักษาระบบการค้าให้เปิดกว้าง คาดการณ์ได้ และน่าเชื่อถือ ท่ามกลางความ ท้าทายทางเศรษฐกิจการค้าโลก เน้นการสร้างความร่วมมือด้านดิจิทัล นวัตกรรมปัญญาประดิษฐ์
นางศุภจีแจ้งว่า ในเวทีดังกล่าวไทยได้แลกเปลี่ยนความเห็นกับสมาชิกเอเปคอื่นๆ และเสนอแนวทางความร่วมมือที่เป็นรูปธรรม เช่น การลดความแตกต่างของกฎระเบียบระหว่างกันเพื่อเชื่อมต่อห่วงโซ่อุปทานที่ยืดหยุ่น และเดินหน้า การรวมกลุ่มทางเศรษฐกิจให้มากขึ้น ผ่านการแลกเปลี่ยนความรู้และการพัฒนาศักยภาพร่วมกัน เพื่อให้แต่ละสมาชิก เอเปคสามารถปรับตัวและรวมกลุ่มทางเศรษฐกิจได้ตามความพร้อมของตนเอง ทั้งนี้ ไทยพร้อมมีบทบาทสำคัญ ในสาขาศักยภาพ เช่น ความมั่นคงทางอาหาร เกษตรมูลค่าสูง
นางศุภจียังเปิดเผยว่า ไทยได้ชูมาตรการภายในประเทศที่เสริมบทบาทของไทยในการเป็นฐานการผลิตและโลจิสติกส์ ที่น่าเชื่อถือของภูมิภาค ผ่านการปรับปรุงกฎระเบียบและอำนวยความสะดวกทางธุรกิจ อาทิ การปฏิรูปกฎหมาย (Omnibus Law และมาตรการ Regulatory Guillotine) ระบบเชื่อมโยงข้อมูลทางการค้า (Business Data Exchange: BDEX) และระบบเร่งรัดการพิจารณาอนุมัติ/อนุญาตของสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI FastPass) ควบคู่กับการค้าไร้กระดาษผ่านระบบ Customs e-Invoicing Plus และ Thailand National