← Back to KHAO
Prachachat
พรุ่งนี้! ‘ไทยช่วยไทย’ เปิดลงทะเบียน รัฐบาลหวังปั๊มเศรษฐกิจฐานราก
·3 min read
Compiled by KHAO Editorial
— aggregated from 9 outlets.
See llms.txt for citation guidance.
✓ KHAO Verified
‘ไทยช่วยไทย’ พลัส 60/40 เปิดลงทะเบียนประชาชน–ร้านค้า พรุ่งนี้ (25 พ.ค.) รัฐช่วยจ่ายสูงสุด 60% กระตุ้นเศรษฐกิจฐานรากทั่วประเทศ
Key facts
- ‘ไทยช่วยไทย’ พลัส 60/40 เปิดลงทะเบียนประชาชน–ร้านค้า พรุ่งนี้ (25 พ.ค.) รัฐช่วยจ่ายสูงสุด 60% กระตุ้นเศรษฐกิจฐานรากทั่วประเทศ
- น.ส.ลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลภายใต้การนำของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เตรียมเปิดโครงการ “ไทยช่วยไทย พลัส 60/40”
- ได้ตั้งแต่วันที่ 25 พฤษภาคม – 30 กันยายน 2569 ขณะที่ร้านค้าที่ไม่เคยเข้าร่วมโครงการ สามารถลงทะเบียนผ่านสาขาธนาคารกรุงไทยได้ตั้งแต่วันที่ 25 พฤษภาคม – 31 กรกฎาคม 2569 ทั้งนี้ ร้านนวด สปา ร้านทำเล็บ และร้านทำผม
- รองโฆษกฯ กล่าวว่า โครงการดังกล่าวเป็นมาตรการร่วมจ่ายระหว่างภาครัฐและประชาชน โดยรัฐบาลช่วยสนับสนุนค่าใช้จ่าย 60% และประชาชนร่วมจ่าย 40% สำหรับค่าอาหาร เครื่องดื่ม สินค้า และบริการที่เข้าร่วมโครงการ
- ประชาชนและผู้ประกอบการสามารถติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์โครงการ และสอบถามข้อมูลผ่านศูนย์ช่วยเหลือ (Help Center) สำหรับประชาชน โทร. 0 2111 1122 กด 2 ร้านค้า โทร. 0 2111 1122 กด 3 หรือสอบถามผ่านสาขาธนาคารกรุงไทยทั่วประเทศ
Summary
ในส่วนของร้านค้า ร้านค้าที่เคยเข้าร่วมโครงการ “คนละครึ่ง พลัส” สามารถยืนยันสิทธิผ่านแอปพลิเคชัน “ถุงเงิน” ได้ตั้งแต่วันที่ 25 พฤษภาคม – 30 กันยายน 2569 ขณะที่ร้านค้าที่ไม่เคยเข้าร่วมโครงการ สามารถลงทะเบียนผ่านสาขาธนาคารกรุงไทยได้ตั้งแต่วันที่ 25 พฤษภาคม – 31 กรกฎาคม 2569 ทั้งนี้ ร้านนวด สปา ร้านทำเล็บ และร้านทำผม ยังไม่สามารถเข้าร่วมโครงการในรอบนี้ได้
น.ส.ลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลภายใต้การนำของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เตรียมเปิดโครงการ “ไทยช่วยไทย พลัส 60/40” อย่างเป็นทางการในวันพรุ่งนี้ (25 พฤษภาคม 2569) เพื่อช่วยลดภาระค่าครองชีพประชาชน ควบคู่กับการกระตุ้นเศรษฐกิจฐานราก เพิ่มรายได้ให้ร้านค้าชุมชน ผู้ประกอบการรายย่อย และธุรกิจท้องถิ่นทั่วประเทศ
รองโฆษกฯ กล่าวว่า โครงการดังกล่าวเป็นมาตรการร่วมจ่ายระหว่างภาครัฐและประชาชน โดยรัฐบาลช่วยสนับสนุนค่าใช้จ่าย 60% และประชาชนร่วมจ่าย 40% สำหรับค่าอาหาร เครื่องดื่ม สินค้า และบริการที่เข้าร่วมโครงการ เพื่อช่วยลดค่าใช้จ่ายและรักษากำลังซื้อของประชาชนในช่วงเศรษฐกิจฟื้นตัว