← Back to KHAO

ชาวอุตรดิตถ์ สุดปลื้ม ‘นายกฯอนุทิน’ สั่ง ‘รมว สุชาติ’ มอบสมุดทำกินในป่าสงวน พร้อมมอบใบอนุญาต เกษตรกรหญิง ตัดไม้พื้นที่ คทช. ขายได้เป็นรายแรก

5 min read

Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 1 outlet. See llms.txt for citation guidance.

◌ Single Source

ชาวอุตรดิตถ์ สุดปลื้ม ‘นายกฯอนุทิน’ สั่ง ‘รมว สุชาติ’ มอบสมุดทำกินในป่าสงวน พร้อมมอบใบอนุญาต เกษตรกรหญิง ตัดไม้พื้นที่ คทช. ขายได้เป็นรายแรก

23 พฤษภาคม 2569 นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (รมว.ทส.) ได้ให้เกียรติเป็นประธานพิธีมอบสมุดประจำตัวผู้ได้รับการแก้ไขปัญหาการอยู่อาศัยทำกินในพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ ตามมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 26 พฤศจิกายน 2561 โดยมี นายนิกร ศิรโรจนานนท์ อธิบดีกรมป่าไม้ กล่าวรายงาน นายสรพงษ์ มานะสุขอนันต์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดอุตรดิตถ์ กล่าวต้อนรับ และมีผู้บริหารกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ผู้นำชุมชน และประชาชนในพื้นที่เข้าร่วมงานเป็นจำนวนมาก

Key facts

Summary

ในวันนี้ ถือเป็นอีกหนึ่งผลงานความสำเร็จของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดยกรมป่าไม้ ที่มุ่งมั่นผลักดันการแก้ไขปัญหาที่อยู่อาศัยและที่ทำกินของประชาชนในพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติให้เกิดผลเป็นรูปธรรม ได้รับการรับรองสิทธิการอยู่อาศัยและทำกินอย่างถูกต้องตามกฎหมาย ในส่วนของจังหวัดอุตรดิตถ์นั้น กรมป่าไม้ได้ดำเนินการในพื้นที่ 9 อำเภอ รวม 317,566 ไร่ แบ่งเป็น 4 กลุ่ม ได้แก่ กลุ่มที่ 1 พื้นที่ลุ่มน้ำ 3,4,5 ก่อนมติ ครม. 30 มิ.ย. 2541 เนื้อที่ 118,047 ไร่ กลุ่มที่ 2 พื้นที่ลุ่มน้ำ

นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กล่าวว่า กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เร่งดำเนินการตามนโยบายของนายกรัฐมนตรี นายอนุทิน ชาญวีรกูล ในการแก้ไขปัญหาการอยู่อาศัยทำกินในพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ ตามมติ ครม. 26 พ.ย. 61 การมอบสมุดประจำตัว  ผู้ได้รับการแก้ไขปัญหาการอยู่อาศัยทำกินในพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ ตามมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 26 พฤศจิกายน 2561

ด้าน นายนิกร ศิรโรจนานนท์ อธิบดีกรมป่าไม้ กล่าวเพิ่มเติมถึงการมอบสมุดประจำตัวผู้ได้รับการแก้ไขปัญหาการอยู่อาศัยทำกินในพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ ตามมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 26 พฤศจิกายน 2561 ว่า “การมอบสมุดประจำตัวนี้ เป็นการดำเนินการตามแผนงานในปีงบประมาณ 2569 มีเกษตรกรที่อยู่ในกลุ่ม 3, 4 ที่ได้รับมอบรวมทั้งสิ้น 1,800 ราย

Read full article at Bangkok Today →