Komchadluek
รวบหมอดูเขมรลวงโลก อ้างพิธีล้างอาถรรพ์ ขืนใจสาวทุกข์รัก หลอกโอนเงิน 1.7 ล้าน
Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 1 outlet. See llms.txt for citation guidance.
◌ Single Source
23 พ.ค. 2569 พ.ต.อ.พิสิทธิ์ ตั้งศิริเสถียร ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรนาจอมเทียน สั่งการให้ พ.ต.ท.อดิศร กองโกย รองผู้กำกับการสืบสวน สภ.นาจอมเทียน พร้อมด้วย ร.ต.อ.จำนงค์ สารชาติ รอง สว.สส.สภ.นาจอมเทียน นำกำลังเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนเข้าปฏิบัติการตามหมายจับศาลจังหวัดพัทยา ที่ 260/2569 เข้าจับกุม นายบุญญฤทธิ์ อายุ 65 ปี ผู้ต้องหาในคดี “ฉ้อโกงทรัพย์ และข่มขืนกระทำชำเราผู้อื่น” ได้ภายในตำหนักหมอดู บ้านหมอดูตำราเขมรโบราณ เลขที่ 19/14 หมู่ 7 ตำบลนาจอมเทียน อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี
Key facts
- สืบเนื่องจาก หลังมีหญิงสาวผู้เสียหายตกอยู่ในภาวะทุกข์ใจอย่างหนัก จากปัญหาความรักและการทะเลาะกับแฟนหนุ่ม ก่อนที่อีกฝ่ายจะหายตัวออกจากบ้าน และติดต่อไม่ได้ ทำให้ผู้เสียหายเกิดความเครียดจนหันไปพึ่งความเชื่อทางไสยศาสตร์
- ต่อมา มีผู้แนะนำให้รู้จักกับผู้ต้องหา ซึ่งเปิดตัวเป็น “หมอดูตำราเขมรโบราณ”
- อ้างว่ามีวิชาแกร่งกล้า สามารถแก้กรรม ต่อดวง เรียกคนรักกลับคืน รวมถึงถอนคุณไสยและสิ่งไม่ดีออกจากชีวิตได้ โดยผู้ต้องหาใช้วิธีพูดจาหว่านล้อม สร้างความน่าเชื่อถือ อ้างว่าผู้เสียหายกำลังถูกเจ้ากรรมนายเวรตามเล่นงาน หากไม่รีบทำพิธี
- หลังจากนั้น ผู้ต้องหาเริ่มจัดพิธีกรรมต่างๆ ทั้งเปิดดวง สะเดาะเคราะห์ ต่อชะตา รวมถึงอ้างว่าต้องใช้เครื่องเซ่นไหว้ และครูบาอาจารย์สายเขมรเข้าช่วยเหลือ ทำให้ผู้เสียหายหลงเชื่อและทยอยโอนเงินค่าครู ค่าทำพิธี และค่าเครื่องบูชาหลายครั้งต่อเนื่อง
Summary
สืบเนื่องจาก หลังมีหญิงสาวผู้เสียหายตกอยู่ในภาวะทุกข์ใจอย่างหนัก จากปัญหาความรักและการทะเลาะกับแฟนหนุ่ม ก่อนที่อีกฝ่ายจะหายตัวออกจากบ้าน และติดต่อไม่ได้ ทำให้ผู้เสียหายเกิดความเครียดจนหันไปพึ่งความเชื่อทางไสยศาสตร์ หวังให้ชีวิตและความรักกลับมาดี
ต่อมา มีผู้แนะนำให้รู้จักกับผู้ต้องหา ซึ่งเปิดตัวเป็น “หมอดูตำราเขมรโบราณ” อ้างว่ามีวิชาแกร่งกล้า สามารถแก้กรรม ต่อดวง เรียกคนรักกลับคืน รวมถึงถอนคุณไสยและสิ่งไม่ดีออกจากชีวิตได้ โดยผู้ต้องหาใช้วิธีพูดจาหว่านล้อม สร้างความน่าเชื่อถือ อ้างว่าผู้เสียหายกำลังถูกเจ้ากรรมนายเวรตามเล่นงาน หากไม่รีบทำพิธี ชีวิตจะยิ่งตกต่ำ ความรักจะพัง และอาจเกิดเคราะห์หนักถึงขั้นสูญเสียคนรักไปตลอดชีวิต
เบื้องต้น นายบุญญฤทธิ์ ยังให้การปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา อ้างว่าเงินทั้งหมดผู้เสียหายเป็นผู้สมัครใจมอบให้เอง ส่วนเรื่องความสัมพันธ์เป็นไปด้วยความยินยอมทั้งสองฝ่าย อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ไม่ปักใจเชื่อ เนื่องจากพยานหลักฐานหลายส่วนสอดคล้องกับคำให้การของผู้เสียหาย จึงควบคุมตัวส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีตามขั้นตอนกฎหมายต่อไป