Thairath
ทลายแก๊งหมวกกันน็อค “บิ๊ก แจ็ค 777” ปล่อยเงินกู้ ร่อนนามบัตรเกลื่อนมีนบุรี-ร่มเกล้า
Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 2 outlets. See llms.txt for citation guidance.
2 แหล่งข่าวยืนยัน
ปอศ.ทลายแก๊งหมวกกันน็อค “บิ๊ก แจ็ค 777” ปล่อยเงินกู้นอกระบบกลุ่มพ่อค้าแม่ค้า ร่อนนามบัตรเกลื่อนมีนบุรี-ร่มเกล้า รีดดอกโหด 3,000% ต่อปี เงินหมุนเวียนนับ 10 ล้าน พบหลักฐานชิ้นสำคัญเป็นคลิปวิดีโอที่กลุ่มผู้ต้องหาถ่ายไว้ ขณะกำลังฝึกให้ “เด็กใหม่”
Key facts
- ปล่อยเงินกู้นอกระบบกลุ่มพ่อค้าแม่ค้า ร่อนนามบัตรเกลื่อนมีนบุรี-ร่มเกล้า รีดดอกโหด 3,000% ต่อปี เงินหมุนเวียนนับ 10 ล้าน พบหลักฐานชิ้นสำคัญเป็นคลิปวิดีโอที่กลุ่มผู้ต้องหาถ่ายไว้ ขณะกำลังฝึกให้ “เด็กใหม่”
- หัดโปรยนามบัตร เมื่อวันที่ 24 พ.ค.69 พล.ต.ต.ทัศน์ภูมิ จารุปรัชญ์ ผบก.ปอศ. สั่งการ พ.ต.อ.กริช วรทัต ผกก.5 บก.ปอศ. พ.ต.ท.ภาคิน สุขพรหม รอง ผกก.5 บก.ปอศ.และ พ.ต.ต.พิชญากร แตงรอด สว.กก.5 บก.ปอศ. นำกำลังจับกุม นายธนภัทร อายุ 19 ปี, นายวันชัย
- พร้อมของกลางรวม 8 รายการ อาทิ โทรศัพท์มือถือ 12 เครื่อง, คอมพิวเตอร์และโน้ตบุ๊ก, เอกสารปล่อยเงินกู้ 17 ชุด, นามบัตร 71 ใบ และหมวกกันน็อค 2 ใบ ได้ที่ทาวน์เฮ้าส์ ในพื้นที่แขวงและเขตมีนบุรี กรุงเทพฯ
- หัดโปรยนามบัตร และคลิปขี่รถจักรยานยนต์ตระเวนร่อนนามบัตรตามย่านชุมชนในเขตมีนบุรีและร่มเกล้าในเวลากลางคืน เพื่อส่งเป็นผลงานให้แก่นายทุน ทราบด้วยว่าแก๊งนี้มีลูกหนี้กว่า 50-60 ราย และมีเงินหมุนเวียนในบัญชีกว่า 10 ล้านบาท
- ซึ่งแก๊งนี้จะมุ่งเป้าไปที่กลุ่มพ่อค้าแม่ค้ารายย่อยที่ขาดสภาพคล่องและเข้าไม่ถึงแหล่งเงินทุนถูกกฎหมาย โดยไม่อาศัยคนค้ำประกัน หรือหลักฐานยืนยันตัวตน เมื่ออนุมัติแล้วจะนำเงินสดไปส่งให้ถึงบ้าน
- ตอนแรกกลุ่มคนร้ายเรียกเก็บดอกเบี้ยในอัตรา 20% ต่อ 24 วัน (หรือ 626% ต่อปี) แต่ภายหลังกลับปรับขึ้นสูงถึง 3,000% ต่อปี ซึ่งเป็นการซ้ำเติมและเอาเปรียบประชาชนอย่างรุนแรง เมื่อผู้เสียหายเริ่มส่งไม่ไหว
Summary
ปอศ.ทลายแก๊งหมวกกันน็อค “บิ๊ก แจ็ค 777” ปล่อยเงินกู้นอกระบบกลุ่มพ่อค้าแม่ค้า ร่อนนามบัตรเกลื่อนมีนบุรี-ร่มเกล้า รีดดอกโหด 3,000% ต่อปี เงินหมุนเวียนนับ 10 ล้าน พบหลักฐานชิ้นสำคัญเป็นคลิปวิดีโอที่กลุ่มผู้ต้องหาถ่ายไว้ ขณะกำลังฝึกให้ “เด็กใหม่”
ตอนแรกกลุ่มคนร้ายเรียกเก็บดอกเบี้ยในอัตรา 20% ต่อ 24 วัน (หรือ 626% ต่อปี) แต่ภายหลังกลับปรับขึ้นสูงถึง 3,000% ต่อปี ซึ่งเป็นการซ้ำเติมและเอาเปรียบประชาชนอย่างรุนแรง เมื่อผู้เสียหายเริ่มส่งไม่ไหว ก็จะถูกกลุ่มชายฉกรรจ์สวมหมวกกันน็อคปิดบังใบหน้า ขี่รถจักรยานยนต์มาวนเวียนหน้าบ้าน ตะโกนข่มขู่ และเขียนข้อความทวงหนี้แปะประจานไว้ที่บ้านหรือที่ทำงาน จนผู้เสียหายเกิดความหวาดกลัว จากการตรวจสอบแท็บเล็ตและโทรศัพท์มือถือของกลาง
สอบสวนผู้ต้องหาทั้งหมด ให้การรับสารภาพ มีการแบ่งหน้าที่กันทำอย่างชัดเจน นายธนภัทร ทำหน้าที่เป็นคนติดต่อพูดคุย นำเงินต้นไปให้ และเก็บดอกเบี้ยจากลูกหนี้ ส่วนที่เหลือทำหน้าที่ขี่รถแจกใบปลิว/ร่อนนามบัตร รวมถึงตามทวงหนี้ ขณะนี้ตำรวจ บก.ปอศ. อยู่ระหว่างการสืบสวนขยายผลจากเส้นทางการเงินและข้อมูลในระบบ เพื่อตามตัวนายทุนใหญ่ ผู้อยู่เบื้องหลังแก๊งนี้เพื่อนำตัวมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
...