The Standard
ไทย-ฝรั่งเศส สานสัมพันธ์ 170 ปี ‘ซาบีดา’ นำทัพวัฒนธรรม หารือความร่วมมือยกระดับอุตสาหกรรมสร้างสรรค์
Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 2 outlets. See llms.txt for citation guidance.
2 แหล่งข่าว
เมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม 2569 เวลา 17.30 น. ตามเวลาท้องถิ่นสาธารณรัฐฝรั่งเศส ซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม นำคณะผู้บริหารกระทรวงวัฒนธรรม เดินทางเข้าพบเพื่อหารือทวิภาคีกับ กาตริน เปการ์ (Mrs.
Key facts
- บรรยากาศในการหารือ ทั้งสองฝ่ายได้ร่วมกันแลกเปลี่ยนมุมมองและแนวทางการส่งเสริมความร่วมมือด้านวัฒนธรรมในทุกมิติ ทั้งในระดับประชาชน สังคม และภาคอุตสาหกรรมสร้างสรรค์
- ซาบีดา ได้กล่าวถึงวิสัยทัศน์ในการเยือนฝรั่งเศสครั้งนี้ว่า เป็นการสะท้อนถึงบทบาทเชิงรุกของกระทรวงวัฒนธรรมไทย ที่ต้องการศึกษาและถอดบทเรียนจากต้นแบบการบริหารจัดการวัฒนธรรมระดับโลกของสาธารณรัฐฝรั่งเศส
- นอกจากการหารือระดับรัฐมนตรีแล้ว คณะผู้แทนกระทรวงวัฒนธรรมยังได้มีโอกาสเข้าพบและหารือเชิงลึกกับผู้แทนจากหน่วยงานด้านวัฒนธรรมชั้นนำของฝรั่งเศส อาทิ Comité Colbert, Centre National de la Danse (CND) และ France Muséums
Summary
เมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม 2569 เวลา 17.30 น. ตามเวลาท้องถิ่นสาธารณรัฐฝรั่งเศส ซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม นำคณะผู้บริหารกระทรวงวัฒนธรรม เดินทางเข้าพบเพื่อหารือทวิภาคีกับ กาตริน เปการ์ (Mrs.
ซาบีดา ได้กล่าวถึงวิสัยทัศน์ในการเยือนฝรั่งเศสครั้งนี้ว่า เป็นการสะท้อนถึงบทบาทเชิงรุกของกระทรวงวัฒนธรรมไทย ที่ต้องการศึกษาและถอดบทเรียนจากต้นแบบการบริหารจัดการวัฒนธรรมระดับโลกของสาธารณรัฐฝรั่งเศส เพื่อนำองค์ความรู้เหล่านั้นมาประยุกต์ใช้ให้สอดคล้องกับบริบทของประเทศไทย โดยมีเป้าหมายสูงสุดคือการพัฒนาอุตสาหกรรมวัฒนธรรมและระบบเศรษฐกิจสร้างสรรค์ของไทย ให้มีศักยภาพและขีดความสามารถในการแข่งขันบนเวทีระดับนานาชาติ
บรรยากาศในการหารือ ทั้งสองฝ่ายได้ร่วมกันแลกเปลี่ยนมุมมองและแนวทางการส่งเสริมความร่วมมือด้านวัฒนธรรมในทุกมิติ ทั้งในระดับประชาชน สังคม และภาคอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ โดยฝ่ายไทยได้แสดงเจตนารมณ์อย่างชัดเจนในการมุ่งมั่นยกระดับความร่วมมือให้มีความใกล้ชิดมากยิ่งขึ้น ผ่านการริเริ่มโครงการและกิจกรรมร่วมกันอย่างเป็นรูปธรรมในอนาคต
ในตอนท้ายของการหารือ ฝ่ายไทยได้แสดงความเชื่อมั่นอย่างยิ่งว่า การบูรณาการความร่วมมือในครั้งนี้ จะเป็นรากฐานสำคัญที่นำไปสู่การต่อยอดความสัมพันธ์ระยะยาวระหว่างสองประเทศ และจะช่วยยกระดับบทบาทของประเทศไทยในเวทีอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ระดับโลกให้เกิดผลสัมฤทธิ์อย่างเป็นรูปธรรมและยั่งยืนต่อไป