Prachachat
EVEANDBOY สปีดหมื่นล้าน ผุด 3 โมเดลใหม่-ปูพรมสาขากวาดลูกค้า
Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 1 outlet. See llms.txt for citation guidance.
◌ Single Source
EVEANDBOY สปีดธุรกิจปี’69 มุ่งรายได้ 10,000 ล้านบาท ไม่หวั่นสภาพเศรษฐกิจเดินหน้าปูพรม 25 สาขา พร้อมไฮไลต์ 3 สาขาคอนเซ็ปต์ใหม่ เน้นไลฟ์สไตล์ทั้ง EVEANDBOY Cafe, Glass House Pop-Up และ Iconic Landmark ปักธง 3 ทำเล สีลม, ทรงวาด และ PLATINUM POP มั่นใจสร้างรายได้เติบโตก้าวกระโดดตามเป้า
Key facts
- EVEANDBOY สปีดธุรกิจปี’69 มุ่งรายได้ 10,000 ล้านบาท ไม่หวั่นสภาพเศรษฐกิจเดินหน้าปูพรม 25 สาขา พร้อมไฮไลต์ 3 สาขาคอนเซ็ปต์ใหม่ เน้นไลฟ์สไตล์ทั้ง EVEANDBOY Cafe, Glass House Pop-Up และ Iconic Landmark ปักธง 3 ทำเล สีลม, ทรงวาด และ PLATINUM
- นายหิรัญ ตันมิตร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท อีฟแอนด์บอย จำกัด ผู้บริหารเชนร้านสินค้าความงามมัลติแบรนด์ EVEANDBOY ซึ่งมี 67 สาขาทั่วประเทศ กล่าวว่า ตลาดเครื่องสำอางในไทยปี 2569 นี้ช่วง 4 เดือนแรกค่อนข้างท้าทาย
- นายหิรัญกล่าวว่า สำหรับทิศทางของ EVEANDBOY ในปี ’69 นี้จะเดินหน้าสปีดผลประกอบการมุ่งสู่เป้าหมาย 10,000 ล้านบาท ซึ่งเป็นการขยับเป้าให้เร็วขึ้นจากเดิมที่จะแตะ 10,000 ล้านบาทในปี ’70 หลัง 2 ปีที่ผ่านมาผลประกอบการสามารถเติบโตได้ตามเป้า โดยปี
- รวมถึงยังมีกระแส T-Beauty หรือแบรนด์ไทยที่ปัจจุบันขึ้นมาเป็นกระแสหลักของตลาด สะท้อนจากยอดขายของแต่ละแบรนด์ที่แตะหลักพันล้านบาท
- อีกแห่งคือ สาขาศูนย์การค้า PLATINUM POP หรือชื่อเดิมคือ The Market บริเวณด้านหน้าติดสกายวอล์กขนาด 600 ตร.ม. ที่มี EVEANDBOY Cafe ขนาด 60 ตร.ม. ซึ่งไม่เพียงแค่ขายเครื่องดื่ม แต่จะเป็นจุดสร้างงานคอลแลปกับแบรนด์ต่าง ๆ หมุนเวียนต่อเนื่อง
- มีสาขารวมกันทั้งประเทศ 67 แห่ง หลังช่วง 5 เดือนแรกของปี ’69 เปิดสาขาไปแล้ว 5 สาขา และสิ้นเดือนพฤษภาคมนี้จะเปิดสาขาบรรทัดทองเพิ่มอีกสาขาด้วย
Summary
นายหิรัญ ตันมิตร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท อีฟแอนด์บอย จำกัด ผู้บริหารเชนร้านสินค้าความงามมัลติแบรนด์ EVEANDBOY ซึ่งมี 67 สาขาทั่วประเทศ กล่าวว่า ตลาดเครื่องสำอางในไทยปี 2569 นี้ช่วง 4 เดือนแรกค่อนข้างท้าทาย เนื่องจากผลกระทบจากสงครามในตะวันออกกลาง และสภาพเศรษฐกิจ โดยกระทบมู้ดการจับจ่ายของผู้บริโภค ขณะเดียวกันยังทำให้ต้นทุนของแบรนด์สินค้าสูงขึ้นแม้จะยังไม่มีรายใดปรับขึ้นราคา
อย่างไรก็ตามเชื่อว่าปีนี้ตลาดยังสามารถเติบโตได้ หลังเริ่มเห็นการฟื้นตัวตั้งแต่เดือนมีนาคม และคาดว่าจะต่อเนื่องไปในไตรมาส 2 และช่วงครึ่งหลังของปีด้วย
โดยมีเทรนด์ที่ต้องจับตาและสามารถต่อยอดได้อย่างพฤติกรรมผู้บริโภครุ่นใหม่ ซึ่งเปลี่ยนแบรนด์ที่ใช้บ่อยครั้ง และเลือกซื้อสินค้าละเอียดมากขึ้น อาทิ ให้ความสนใจกับส่วนผสม, เนื้อสัมผัส, ฟังก์ชั่นที่ตอบโจทย์เฉพาะสถานการณ์ในขณะนั้น ๆ เช่น ซื้อครีมกันแดดแบบกันน้ำเมื่อเที่ยวทะเล รวมถึงยังมีกระแสพอกตัว และสินค้าที่ทำให้ผิวขาว ที่มาแรงมากเห็นได้จากโซเชียลมีเดีย