Bangkok Today
เนสท์เล่ เดินหน้าสร้างความสำเร็จของเนสกาแฟ ด้วยการดำเนินงานตามหลักธรรมาภิบาล พัฒนานวัตกรรมผลิตภัณฑ์ มุ่งตอบโจทย์ผู้บริโภค และสนับสนุนเกษตรกรไทยอย่างต่อเนื่อง
Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 1 outlet. See llms.txt for citation guidance.
◌ Single Source
เนสกาแฟ ยังครองความเป็นแบรนด์กาแฟยอดนิยมของคนไทย และเป็นหนึ่งแบรนด์ที่คนไทยไว้วางใจสูงสุด จากการดำเนินงานตามหลักธรรมาภิบาลมาอย่างต่อเนื่อง ความมุ่งมั่นพัฒนาผลิตภัณฑ์กาแฟรูปแบบใหม่ ๆ ที่มีคุณภาพสูงเพื่อตอบโจทย์ผู้บริโภคชาวไทย พร้อมเดินหน้าสนับสนุนเกษตรกรผู้เพาะปลูกกาแฟชาวไทยอย่างต่อเนื่อง โดยเป็นผู้รับซื้อรายใหญ่สำหรับเมล็ดกาแฟที่เพาะปลูกในประเทศไทยมาเป็นเวลานานหลายปีติดต่อกัน
Key facts
- ในอดีตผลิตภัณฑ์เนสกาแฟ ได้ผลิตในประเทศไทยโดยบริษัท ควอลิตี้ คอฟฟี่ โปรดักท์ส จำกัด (QCP) ซึ่งเป็นบริษัทที่ร่วมทุนแบบ 50/50 ระหว่างเนสท์เล่และตระกูลมหากิจศิริ ภายใต้สัญญาการร่วมทุนนี้ เนสท์เล่ มีอำนาจในการบริหารงานบริษัท QCP
- กรณีการสิ้นสุดลงของสัญญากับบริษัท QCP ได้ถูกยื่นต่อคณะอนุญาโตตุลาการระหว่างประเทศให้ไต่สวน โดยเมื่อวันที่ 20 ธันวาคม พ.ศ.2567 ทางคณะอนุญาโตตุลาการระหว่างประเทศได้มีคำตัดสินชี้ขาดว่า การยุติสัญญาทั้งหมดชอบด้วยกฎหมายตามข้อตกลงที่เกี่ยวข้อง
- ในส่วนของคดีแพ่งที่นายประยุทธ มหากิจศิริและครอบครัวได้ยื่นฟ้องเนสท์เล่และบริษัทในเครือในประเทศไทย ปัจจุบัน ประธานศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษได้มีคำสั่งให้โอนมาพิจารณาที่ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศ ซึ่งมีเขตอำนาจโดยตรง
- เนสท์เล่ยังคงยืนหยัดและยึดมั่นในหลักธรรมาภิบาลในการประกอบธุรกิจ รวมถึงปฏิบัติตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด และให้ความร่วมมืออย่างเต็มที่กับหน่วยงานภาครัฐและหน่วยงานด้านกระบวนการยุติธรรมที่เกี่ยวข้อง
Summary
กรณีการสิ้นสุดลงของสัญญากับบริษัท QCP ได้ถูกยื่นต่อคณะอนุญาโตตุลาการระหว่างประเทศให้ไต่สวน โดยเมื่อวันที่ 20 ธันวาคม พ.ศ.2567 ทางคณะอนุญาโตตุลาการระหว่างประเทศได้มีคำตัดสินชี้ขาดว่า การยุติสัญญาทั้งหมดชอบด้วยกฎหมายตามข้อตกลงที่เกี่ยวข้อง คำร้องที่ผู้ถือหุ้นอีกฝั่งยื่นต่อศาลสิงคโปร์ในเวลาต่อมาก็ถูกยกคำร้องทั้งหมดเช่นกัน โดยศาลสูงสิงคโปร์มีคำพิพากษาเมื่อวันที่ 4 มีนาคม 2569 ยืนตามคำชี้ขาดของคณะอนุญาโตตุลาการระหว่างประเทศ ทั้งนี้
ในอดีตผลิตภัณฑ์เนสกาแฟ ได้ผลิตในประเทศไทยโดยบริษัท ควอลิตี้ คอฟฟี่ โปรดักท์ส จำกัด (QCP) ซึ่งเป็นบริษัทที่ร่วมทุนแบบ 50/50 ระหว่างเนสท์เล่และตระกูลมหากิจศิริ ภายใต้สัญญาการร่วมทุนนี้ เนสท์เล่ มีอำนาจในการบริหารงานบริษัท QCP ซึ่งรวมถึงการผลิต การจัดจำหน่าย และการทำการตลาดผลิตภัณฑ์เนสกาแฟ โดยเทคโนโลยีและทรัพย์สินทางปัญญาที่ใช้ในการผลิตเนสกาแฟนั้นเป็นของเนสท์เล่ เมื่อสัญญาการร่วมทุนสิ้นสุดลงนับตั้งแต่วันที่ 31 ธันวาคม พ.ศ. 2567 เป็นต้นมา บริษัท QCP
ในส่วนของคดีแพ่งที่นายประยุทธ มหากิจศิริและครอบครัวได้ยื่นฟ้องเนสท์เล่และบริษัทในเครือในประเทศไทย ปัจจุบัน ประธานศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษได้มีคำสั่งให้โอนมาพิจารณาที่ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศ ซึ่งมีเขตอำนาจโดยตรง โดยคดีกำลังอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาล