The Standard
หุ้นยักษ์ AI โลกจะโตไปถึงไหน เมื่อไรฟองสบู่จะแตก
Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 1 outlet. See llms.txt for citation guidance.
◌ Single Source
ความก้าวหน้าแบบ ‘ก้าวกระโดด’ ของ AI เฉพาะอย่างยิ่งการเปิดตัวของ ChatGPT ในช่วงปลายปี 2022 ดูเหมือนว่าจะ ‘เปลี่ยนแปลงโลกไปอย่างสิ้นเชิง’ ในแง่ที่ว่า AI นั้นจะฉลาดและเก่งกว่ามนุษย์แน่ๆ และมันสามารถที่จะคิดและปฏิบัติงานแทนมนุษย์ในกิจกรรมต่างๆ ได้แทบทุกอย่าง
Key facts
- ความก้าวหน้าแบบ ‘ก้าวกระโดด’ ของ AI เฉพาะอย่างยิ่งการเปิดตัวของ ChatGPT ในช่วงปลายปี 2022 ดูเหมือนว่าจะ ‘เปลี่ยนแปลงโลกไปอย่างสิ้นเชิง’ ในแง่ที่ว่า AI นั้นจะฉลาดและเก่งกว่ามนุษย์แน่ๆ และมันสามารถที่จะคิดและปฏิบัติงานแทนมนุษย์ในกิจกรรมต่างๆ
- อัตราดอกเบี้ยในตลาดที่อยู่ในช่วงต่ำต่อเนื่องมานานน่าจะนับ 10 ปีแล้ว ก็มีส่วนทำให้การเก็งกำไรในหุ้น AI เพิ่มขึ้นทวีคูณ เฉพาะอย่างยิ่ง การใช้มาร์จินหรือการกู้เงินลงทุนก็มากขึ้นมากเมื่อเทียบกับภาวะปกติ
- ความเชื่อที่ว่าหุ้นทั้งหมดนั้น จะเป็นผู้ชนะและสามารถครองตลาดเพราะพวกเขามีอำนาจผูกขาดหรือมี Moat หรือป้อมปราการทางธุรกิจที่จะกันไม่ให้คู่แข่งเข้ามาแย่งชิงตลาดได้
- สตอรี่เรื่องของ AI ว่ามันจะเป็นจริงอย่างรวดเร็วตามที่คุยกันหรือไม่ เช่น บริษัทหรือธุรกิจอื่นจะซื้อบริการหรือผลิตภัณฑ์ AI มาใช้แทนการจ้างคนงานมากน้อยแค่ไหน และบุคคลธรรมดาจะยอมจ่ายเงินซื้อสินค้าและบริการจากบริษัทที่ทำ AI แคไหน เป็นต้น
- ทั้งงานที่ซับซ้อนมากๆ อย่างเรื่องของการเขียนโปรแกรมคอมพิวเตอร์ การแพทย์ซึ่งรวมถึงการผ่าตัดใหญ่ งานทางด้านกฎหมาย งานบัญชีและสำนักงานทุกอย่าง และงานที่ไม่ซับซ้อนแต่เป็นงานที่น่าเบื่อหรือสกปรกเช่น การทำความสะอาด ล้างจานและการขับรถ
Summary
ในด้านของผู้ใช้งานทั้งที่เป็นบุคคลและบริษัทหรือหน่วยงานทั้งโลก ต่างก็เข้ามาใช้งาน AI อย่างรวดเร็ว เพราะคนที่ไม่ใช้หรือยังใช้ไม่เป็นก็จะมีปัญหาในอนาคตในการแข่งขันกับคนอื่น เหตุเพราะว่า AI ทำงานได้เก่งมากและเก่งขึ้นเรื่อยๆ อย่างรวดเร็ว ทำงานได้ 24 ชั่วโมง และด้วยต้นทุนที่ต่ำและจะต่ำลงเรื่อยๆ จนทำให้งานจำนวนมากรวมถึงงานที่ซับซ้อนต้องใช้คนที่มีค่าแรงแพงมากจะถูกแทนที่ด้วย AI ที่มี ‘ค่าจ้าง’ ต่ำลงเรื่อยๆ
ทั้งงานที่ซับซ้อนมากๆ อย่างเรื่องของการเขียนโปรแกรมคอมพิวเตอร์ การแพทย์ซึ่งรวมถึงการผ่าตัดใหญ่ งานทางด้านกฎหมาย งานบัญชีและสำนักงานทุกอย่าง และงานที่ไม่ซับซ้อนแต่เป็นงานที่น่าเบื่อหรือสกปรกเช่น การทำความสะอาด ล้างจานและการขับรถ ไม่ต้องพูดถึงงานโรงงานที่มันทำมานานแล้วก่อนที่จะมีคำว่า AI ทั้งหมดนั้นถูกประเมินว่าจะเกิดขึ้นภายในเวลาไม่เกิน 10-20 ปี
ในมุมมองทางด้าน ‘หุ้น’ ซึ่งก็คือการมองไปข้างหน้าในอนาคตอันยาวไกล AI จึงเป็น ‘Ultimate Super Growth’ หรือธุรกิจที่จะ ‘โตเร็ว โตมาก และโตนานที่สุด’ และอาจจะโตตลอดกาลจนสิ้นสุดยุคมนุษย์ ดังนั้น หุ้น AI จึงมีศักยภาพที่จะโตมหาศาลจนแทบกลืนกินหรือ ‘ครอบงำ’ ตลาดหุ้นได้ และนั่นก็คือสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นทั่วโลกที่เราเห็นหุ้นยักษ์ AI อาจจะแค่ 10 ตัวมี Market Cap. เกือบครึ่งหนึ่งของตลาดหุ้นในดัชนี S&P 500 ซึ่งเป็นตลาดหุ้นของทั้งประเทศสหรัฐฯ