Kaohoon
IEA ชมไทยเดินหน้าพลังงานถูกทิศ พร้อมหนุนเข้า OECD
Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 1 outlet. See llms.txt for citation guidance.
◌ Single Source
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เวลา 14.00 น. วันที่ 22 พฤษภาคม 2569 ตามเวลาท้องถิ่น ณ สาธารณรัฐฝรั่งเศส ซึ่งช้ากว่าประเทศไทย 5 ชั่วโมง นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย นำคณะ อาทิ นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ พบหารือกับ ดร.ฟาทีห์ บิรอล ( Dr.
Key facts
- ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เวลา 14.00 น. วันที่ 22 พฤษภาคม 2569 ตามเวลาท้องถิ่น ณ สาธารณรัฐฝรั่งเศส ซึ่งช้ากว่าประเทศไทย 5 ชั่วโมง นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย นำคณะ อาทิ นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ
- นางสาวรัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ผู้อำนวยการ IEA กล่าวชื่นชมแนวทางการดำเนินนโยบายพลังงานของไทยว่า เป็นทิศทางที่ถูกต้องและสอดคล้องกับบริบทพลังงานโลกที่กำลังเผชิญความท้าทาย
- ที่ผ่านมา ไทยได้เร่งแสวงหาความร่วมมือเพื่อกระจายแหล่งนำเข้าและเสริมสร้างความมั่นคงด้านพลังงาน โดยรัฐบาลได้ดำเนินมาตรการรองรับผลกระทบจากวิกฤตพลังงานโลก ทั้งการเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการน้ำมันสำรอง
Summary
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เวลา 14.00 น. วันที่ 22 พฤษภาคม 2569 ตามเวลาท้องถิ่น ณ สาธารณรัฐฝรั่งเศส ซึ่งช้ากว่าประเทศไทย 5 ชั่วโมง นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย นำคณะ อาทิ นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ พบหารือกับ ดร.ฟาทีห์ บิรอล ( Dr.
นางสาวรัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ผู้อำนวยการ IEA กล่าวชื่นชมแนวทางการดำเนินนโยบายพลังงานของไทยว่า เป็นทิศทางที่ถูกต้องและสอดคล้องกับบริบทพลังงานโลกที่กำลังเผชิญความท้าทาย โดยเฉพาะการเร่งทบทวนนโยบายพลังงานและขับเคลื่อนการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาดอย่างเป็นรูปธรรม พร้อมยืนยันว่า IEA พร้อมสนับสนุนไทยอย่างเต็มที่ ทั้งในด้านวิชาการ องค์ความรู้ เทคโนโลยี และความร่วมมือทางเทคนิค รวมถึงการเชื่อมโยงเครือข่ายภาคธุรกิจพลังงานระดับโลก
ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรีได้หยิบยก 3 ประเด็นสำคัญขึ้นหารือกับผู้อำนวยการ IEA เริ่มจาก นโยบายด้านพลังงานและการรับมือวิกฤตพลังงานโลก โดยย้ำว่า รัฐบาลไทยให้ความสำคัญกับการสร้างความมั่นคงทางพลังงานควบคู่กับการดูแลค่าครองชีพของประชาชน ผ่านการบริหารจัดการต้นทุนพลังงาน และเร่งขับเคลื่อนการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน ผ่านการส่งเสริมพลังงานหมุนเวียน การเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงาน การพัฒนาระบบกักเก็บพลังงานด้วยแบตเตอรี่ และการพัฒนาโครงข่ายไฟฟ้าสมัยใหม่
ที่ผ่านมา ไทยได้เร่งแสวงหาความร่วมมือเพื่อกระจายแหล่งนำเข้าและเสริมสร้างความมั่นคงด้านพลังงาน โดยรัฐบาลได้ดำเนินมาตรการรองรับผลกระทบจากวิกฤตพลังงานโลก ทั้งการเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการน้ำมันสำรอง การกระจายแหล่งนำเข้าน้ำมันดิบและก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) ควบคู่กับการเพิ่มกำลังการกลั่นภายในประเทศ การใช้กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงเพื่อรักษาเสถียรภาพด้านราคา ตลอดจนการเพิ่มประสิทธิภาพระบบขนส่งและกระจายพลังงานทั่วประเทศ รวมถึงการส่งเสริมการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานทางเลือก และขยายมาตรการสนับสนุนผู้ผลิตไฟฟ้ารายย่อย