Thairath
ประชุมบอร์ด TZD Plus นัดแรก ขับเคลื่อนแก้ปัญหาเด็กหลุดออกระบบ จ่อยกระดับสู่อาเซียน
Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 1 outlet. See llms.txt for citation guidance.
◌ Single Source
ประชุมบอร์ดชาติ "Thailand Zero Dropout Plus" นัดแรก เร่งขับเคลื่อนแก้ไขปัญหาเด็กหลุดออกนอกระบบ ชี้ 3 ปี ลดลงเหลือ 6 แสนคน เตรียมยกระดับสู่ "ASEAN Zero Dropout 2030" ในโอกาสไทยเป็นประธานอาเซียน
Key facts
- เมื่อวันที่ 22 พ.ค. 2569 ที่ห้องประชุม 301 ตึกบัญชาการ 1 ทำเนียบรัฐบาล พลตำรวจเอก เพิ่มพูน ชิดชอบ เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาเด็กและเยาวชนนอกระบบการศึกษาระดับชาติ (Thailand Zero Dropout Plus : TZD+) ครั้งที่ 1/2569
- ปัจจุบันจากฐานข้อมูลบูรณาการระดับประเทศ พบว่า เด็กและเยาวชนอายุ 3–18 ปี ที่ไม่มีชื่ออยู่ในระบบการศึกษา มีจำนวน 603,095 คน ลดลงจากจำนวน 1,025,514 คน เมื่อเริ่มเชื่อมโยงข้อมูลครั้งแรกในเดือนธันวาคม 2566
- ประชุมบอร์ดชาติ "Thailand Zero Dropout Plus"
- พร้อมระบุว่า ในปี 2568 ประเทศไทยมีจำนวนผู้สูงอายุเข้าสู่ระบบมากกว่าเด็กเกิดใหม่ถึง 2 เท่า ขณะเดียวกันยังพบเด็กและเยาวชนนอกระบบการศึกษากว่า 603,095 คน และมีกลุ่มเยาวชน NEET อายุ 16–20 ปี ที่ไม่ได้อยู่ในระบบการศึกษา การจ้างงาน หรือการฝึกอบรม
- ขณะเดียวกัน ประเทศไทยยังเตรียมยกระดับการดำเนินงานจาก Thailand Zero Dropout สู่ "ASEAN Zero Dropout 2030"
Summary
พลตำรวจเอก เพิ่มพูน กล่าวว่า การดำเนินงาน Thailand Zero Dropout ในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา ได้ยกระดับสู่ "Thailand Zero Dropout Plus" หรือ TZD+ ที่ไม่เพียงมุ่งช่วยเหลือเด็กและเยาวชนที่หลุดออกจากระบบการศึกษาให้กลับเข้าสู่การเรียนรู้ แต่ยังให้ความสำคัญกับการป้องกัน ไม่ให้เด็กหลุดออกจากระบบ และขยายการดูแลไปสู่เด็กและเยาวชนในภาวะวิกฤตหรือหลุดจากระบบชั่วคราว ผ่านระบบการเรียนรู้ที่ยืดหยุ่นมากขึ้น
เมื่อวันที่ 22 พ.ค. 2569 ที่ห้องประชุม 301 ตึกบัญชาการ 1 ทำเนียบรัฐบาล พลตำรวจเอก เพิ่มพูน ชิดชอบ เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาเด็กและเยาวชนนอกระบบการศึกษาระดับชาติ (Thailand Zero Dropout Plus : TZD+) ครั้งที่ 1/2569 ภายหลังนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ลงนามคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาเด็กและเยาวชนนอกระบบการศึกษา ระดับชาติ หรือ คกศ. ซึ่งมีผลตั้งแต่วันที่ 12 พฤษภาคม 2569
ทั้งนี้ ที่ประชุมได้เห็นชอบแนวทางขับเคลื่อน Thailand Zero Dropout Plus ระยะต่อไป ผ่าน 5 กลยุทธ์สำคัญ ได้แก่ 1. การเชื่อมโยงฐานข้อมูลเด็กปฐมวัย 2. การพัฒนาระบบการศึกษาที่ยืดหยุ่น 3. บูรณาการนโยบาย "10 Plus" เข้ากับระบบการศึกษา เพื่อผลักดันระบบ "Learning Anywhere" และ "Learning Passport" ระบบสะสมหน่วยกิตการเรียนรู้ เพื่อรองรับการเรียนรู้ทุกที่ทุกเวลา 4. การสร้างระบบนิเวศการเรียนรู้ตลอดชีวิตสำหรับกลุ่มวัยแรงงานและกลุ่ม NEET 5.