Prachachat
โจมตีโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ยูเออีจากตัวแทนในอิรัก นักวิเคราะห์ชี้อิหร่านส่งสัญญาณเตือน
Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 1 outlet. See llms.txt for citation guidance.
◌ Single Source
ผู้เชี่ยวชาญวิเคราะห์กรณีการโจมตีโรงงานนิวเคลียร์ของสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ซึ่งปรากฏว่ามาจากอิรัก เป็น ‘การยิงเตือน’ จากอิหร่าน
Key facts
- สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์เป็นเป้าหมายของขีปนาวุธและโดรนเกือบ 60% จากทั้งหมดประมาณ 5,000 ลูกที่อิหร่านยิงใส่รัฐในอ่าวเปอร์เซียหลังจากเริ่มสงครามเมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์
- ผู้เชี่ยวชาญวิเคราะห์กรณีการโจมตีโรงงานนิวเคลียร์ของสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ซึ่งปรากฏว่ามาจากอิรัก เป็น ‘การยิงเตือน’ จากอิหร่าน
- สหรัฐและอิหร่านกำลังพยายามเปลี่ยนข้อตกลงหยุดยิงที่เปราะบางซึ่งตกลงกันเมื่อวันที่ 8 เมษายนที่ผ่านมา ให้เป็นการยุติการสู้รบอย่างถาวร แต่ยังไม่สามารถบรรลุข้อตกลงได้ ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ
- ผู้เชี่ยวชาญกล่าวว่า การโจมตีครั้งนี้เป็นการเตือนจากอิหร่านว่าพร้อมที่จะโจมตีโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญหากจำเป็น และกองกำลังติดอาวุธชาวอิรักที่เชื่อมโยงกับกองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิสลามของอิหร่าน (IRGC) กำลังมีบทบาทสำคัญมากขึ้นเรื่อยๆ
Summary
อันวาร์ การ์กาช ที่ปรึกษาอาวุโสของประธานาธิบดีเชค โมฮัมหมัด บิน ซาเยด กล่าวโทษกองกำลังติดอาวุธชาวอิหร่านในอิรัก ว่าเป็นผู้ก่อเหตุ โดยเรียกเหตุการณ์นี้ว่า เป็นตัวบ่งชี้ที่ร้ายแรงถึงขนาดของภัยคุกคามที่ภูมิภาคกำลังเผชิญอยู่ เหตุการณ์ดังกล่าวทำให้โรงไฟฟ้าต้องเปิดใช้งานระบบไฟฟ้าสำรอง ซึ่งเป็นหนึ่งในมาตรการป้องกันสุดท้ายเพื่อรักษาความปลอดภัยทางนิวเคลียร์
บลูมเบิร์ก (Bloomberg) รายงานว่า การโจมตีโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (ยูเออี) เมื่อ 17 พ.ค.ที่ผ่านมา ก่อให้เกิดความวิตกกังวลเกี่ยวกับขอบเขตของการตอบโต้ของอิหร่านต่อการที่สหรัฐอาจกลับมาโจมตีอีกครั้ง โดยผู้เชี่ยวชาญชี้ให้เห็นถึงบทบาทที่มากขึ้นของกองกำลังติดอาวุธที่ได้รับการสนับสนุนจากอิหร่านในอิรักในสงครามครั้งนี้
ผู้เชี่ยวชาญกล่าวว่า การโจมตีครั้งนี้เป็นการเตือนจากอิหร่านว่าพร้อมที่จะโจมตีโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญหากจำเป็น และกองกำลังติดอาวุธชาวอิรักที่เชื่อมโยงกับกองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิสลามของอิหร่าน (IRGC) กำลังมีบทบาทสำคัญมากขึ้นเรื่อยๆ ในการเผชิญหน้าของอิหร่านกับสหรัฐและอิสราเอล