Brand Inside
คนโสดเปย์ตัวเองมากกว่าคนมีคู่ เพราะไม่มีภาระ-ใช้เงินกับตัวเอง คาด ‘เศรษฐกิจคนโสด’ ขยายตัว ทำธุรกิจต้องคิดใหม่
Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 1 outlet. See llms.txt for citation guidance.
◌ Single Source
คนโสดใช้เงินเปย์ตัวเองมากกว่าคนมีคู่ เพราะชีวิตมีอิสระ ตามใจตัวเองได้เต็มที่ ดันธุรกิจเพื่อคนโสดขยายตัวตาม
Key facts
- ในรายงานนี้ยังได้ตั้งเหตุการณ์สมมติ ว่าหากได้เงินมา 1 ล้านบาทจะใช้ทำอะไร คำตอบที่ได้แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง โดยคนโสดส่วนใหญ่มองว่าอยากนำเงินไปลงทุน ขณะที่คนมีครอบครัวขอเลือกใช้หนี้ก่อนเป็นอย่างแรก
- วิจัยกรุงศรี ได้ชี้ว่าพฤติกรรมการใช้จ่ายที่แตกต่างกัน รวมถึงอัตราการเกิด และการเข้าสู่สังคมสูงวัยสมบูรณ์ กำลังนำไปสู่การขยายตัวของ ‘เศรษฐกิจคนโสด’ ที่เปลี่ยนแปลงรูปแบบของการทำธุรกิจ
- ในเรื่องของการใช้เงินเพื่อไลฟ์สไตล์ สำหรับคนโสด 21% บอกว่าได้ไปเที่ยวต่างประเทศอย่างน้อยปีละ 2 ครั้ง ขณะที่คนมีครอบครัวมีเพียง 9% เท่านั้น การไปดูคอนเสิร์ตก็เช่นกัน คนโสด 28% ไปดูคอนเสิร์ตอย่างน้อยปีละ 2 ครั้ง มากกว่าคนมีครอบครัวถึง 2.7
- ด้านการจับจ่ายใช้สอย หรือชอปปิงให้รางวัลตัวเอง เกือบครึ่งของคนโสด (47%) มีโอกาสชอปอย่างน้อยหนึ่งครั้ง หรือคิดเป็นโอกาสที่ มากกว่าคนมีคู่ 2 เท่า
- ในบรรดาผู้ตอบแบบสอบถามพบว่า ‘คนโสด’ คือกลุ่มที่ใหญ่ที่สุด ซึ่งได้ให้เหตุผลของการโสดเอาไว้ว่า เป็นเพราะยังไม่เจอคนที่ใช่ (41%) ขณะที่อีกส่วนบอกว่าเลือกที่จะโสด เพราะยังรักอิสระ ไม่ชอบการผูกมัด (28.8%)
- นอกจากนี้ผู้หญิงยังมีแนวคิดที่ตั้งใจว่าไม่อยากมีลูกมากกว่าผู้ชายอีกด้วย โดยผู้หญิงคิดเป็น 38% ขณะที่ผู้ชายอยู่ที่ 29% เท่านั้น
Summary
ในรายงานนี้ยังได้ตั้งเหตุการณ์สมมติ ว่าหากได้เงินมา 1 ล้านบาทจะใช้ทำอะไร คำตอบที่ได้แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง โดยคนโสดส่วนใหญ่มองว่าอยากนำเงินไปลงทุน ขณะที่คนมีครอบครัวขอเลือกใช้หนี้ก่อนเป็นอย่างแรก สะท้อนถึงภาระที่ต้องแบกรับในชีวิตที่แตกต่างกัน
วิจัยกรุงศรี ได้ชี้ว่าพฤติกรรมการใช้จ่ายที่แตกต่างกัน รวมถึงอัตราการเกิด และการเข้าสู่สังคมสูงวัยสมบูรณ์ กำลังนำไปสู่การขยายตัวของ ‘เศรษฐกิจคนโสด’ ที่เปลี่ยนแปลงรูปแบบของการทำธุรกิจ
แต่ที่ต้องจับตาคือ คนส่วนใหญ่ยังยืนยันว่าไม่คิดที่จะมีลูก ไม่ว่าตนเองจะโสดหรือไม่ก็ตาม สำหรับกลุ่มวัยสร้างตัว อายุ 24-39 ปี เป็นวัยที่พร้อมสำหรับการสร้างครอบครัว แต่ 32% ยืนยันว่าไม่คิดที่จะมีลูก อีก 27% ระบุว่ายังไม่แน่ใจ ขณะที่มีเพียง 19% เท่านั้นที่ตั้งใจจะมีลูกในอนาคต