Matichon
10 สมาคมเหล็ก ร้องก.อุตฯ แก้ปัญหาเหล็กจีนทะลัก – เข้มมาตรฐานเตาIF
Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 1 outlet. See llms.txt for citation guidance.
◌ Single Source
เมื่อวันที่ 21 พฤษภาคม นายนาวา จันทนสุรคน ประธานกิตติมศักดิ์กลุ่มอุตสาหกรรมเหล็ก สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย พร้อมผู้บริหาร 10 สมาคมผู้ประกอบการอุตสาหกรรมเหล็กไทย คือ 1.สมาคมเหล็กแผ่นรีดร้อนไทย 2.สมาคมเหล็กแผ่นรีดเย็นไทย 3.สมาคมการค้าผู้ผลิตเหล็กแผ่นเคลือบสังกะสี 4.สมาคมผู้ผลิตท่อโลหะและแปรรูปเหล็กแผ่น 5.สมาคมเหล็กโครงสร้างรูปพรรณรีดร้อน 6.สมาคมผู้ผลิตเหล็กทรงยาวด้วยเตาอาร์คไฟฟ้า 7.สมาคมโลหะไทย 8.สมาคมพัฒนาสเตนเลสไทย 9.สมาคมการชุบสังกะสีไทย และ 10.สมาคมหลังคาเหล็กไทย
Key facts
- นายนาวา ชี้แจงเพิ่มว่า ในปี 2568 ประเทศไทยมีการใช้เหล็กทั้งสิ้น 18.5 ล้านตัน แต่ผู้ผลิตเหล็กในประเทศมีส่วนแบ่งตลาดเพียง 35% ที่ปริมาณผลิต 8.1 ล้านตันเท่านั้น โดยมีสินค้าเหล็กนำเข้ามากถึง 12 ล้านตัน ทั้งนี้ คาดว่าในปี 2569 นี้
- นายนาวา เปิดเผยว่า 10 สมาคมเหล็กได้หารือกระทรวงอุตสาหกรรม เพื่อรายงานสถานการณ์อุตสาหกรรมเหล็กทั้งในและต่างประเทศ ตลอดจนติดตามสถานะความคืบหน้าของมาตรฐานผลิตภัณฑ์เหล็กต่างๆ ความคืบหน้าในการตรวจติดตามผู้ได้รับใบอนุญาต
- นอกจากขอบคุณกระทรวงอุตสาหกรรม ที่ให้ความสำคัญกับการยกระดับอุตสาหกรรมไทยสู่มาตรฐานสากล การจัดการปัญหาโรงงานผิดกฎหมาย การควบคุมมลพิษ และการผลักดันอุตสาหกรรมสีเขียวแล้ว 10 สมาคมเหล็กยังชื่นชม กรมศุลกากร
- เครื่องจักรเก่าโรงงานเหล็กราคาถูกจากจีน จึงไหลทะลักเข้ามายังประเทศไทย ทำลายกลไกตลาด สร้างทั้งความเสี่ยงต่อผู้บริโภคสินค้าเหล็กเพราะสินค้าเหล็กที่ผลิตได้มีคุณภาพไม่สม่ำเสมอ
Summary
เมื่อวันที่ 21 พฤษภาคม นายนาวา จันทนสุรคน ประธานกิตติมศักดิ์กลุ่มอุตสาหกรรมเหล็ก สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย พร้อมผู้บริหาร 10 สมาคมผู้ประกอบการอุตสาหกรรมเหล็กไทย คือ 1.สมาคมเหล็กแผ่นรีดร้อนไทย 2.สมาคมเหล็กแผ่นรีดเย็นไทย 3.สมาคมการค้าผู้ผลิตเหล็กแผ่นเคลือบสังกะสี 4.สมาคมผู้ผลิตท่อโลหะและแปรรูปเหล็กแผ่น 5.สมาคมเหล็กโครงสร้างรูปพรรณรีดร้อน 6.สมาคมผู้ผลิตเหล็กทรงยาวด้วยเตาอาร์คไฟฟ้า 7.สมาคมโลหะไทย 8.สมาคมพัฒนาสเตนเลสไทย 9.สมาคมการชุบสังกะสีไทย และ 10.สมาคมหลังคาเหล็กไทย
นายนาวา เปิดเผยว่า 10 สมาคมเหล็กได้หารือกระทรวงอุตสาหกรรม เพื่อรายงานสถานการณ์อุตสาหกรรมเหล็กทั้งในและต่างประเทศ ตลอดจนติดตามสถานะความคืบหน้าของมาตรฐานผลิตภัณฑ์เหล็กต่างๆ ความคืบหน้าในการตรวจติดตามผู้ได้รับใบอนุญาต การควบคุมและตรวจสอบสินค้าเหล็ก โดยกระทรวงอุตสาหกรรมรับฟังข้อเสนอจาก 10 สมาคมเหล็ก ซึ่งเป็นตัวแทนจริงของอุตสาหกรรมเหล็กกว่า 500 บริษัทในประเทศไทย ด้วยความใส่ใจ พร้อมนำไปสู่การแก้ไขและพัฒนาอย่างเป็นรูปธรรม
นายนาวา ชี้แจงเพิ่มว่า ในปี 2568 ประเทศไทยมีการใช้เหล็กทั้งสิ้น 18.5 ล้านตัน แต่ผู้ผลิตเหล็กในประเทศมีส่วนแบ่งตลาดเพียง 35% ที่ปริมาณผลิต 8.1 ล้านตันเท่านั้น โดยมีสินค้าเหล็กนำเข้ามากถึง 12 ล้านตัน ทั้งนี้ คาดว่าในปี 2569 นี้ ความต้องการใช้เหล็กของประเทศไทยน่าจะถดถอยต่ำกว่าปีก่อนตามภาวะเศรษฐกิจ ในขณะที่อุตสาหกรรมเหล็กของไทยยังประสบ 2 ปัญหาหลัก ได้แก่
ดังนั้น 10 สมาคมเหล็กจึงเรียนเสนอ สมอ. พิจารณาบังคับใช้มาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (มอก.) เพื่อยกระดับความปลอดภัย และควบคุมการผลิตเหล็กเส้นจากเตา IF โดยเข้มงวดตามกฎหมายให้ได้มาตรฐานใกล้เคียงตามระบบ EAF ซึ่งเป็นระบบปิดที่สามารถควบคุมคุณภาพน้ำเหล็กได้ดีกว่า โดยโรงงาน IF ต้องมีกระบวนการผลิดที่เพิ่มขั้นตอนปรุงแต่งน้ำเหล็กด้วย Ladle Furnace เพื่อให้การผลิตสินค้าเหล็กมีคุณภาพสม่ำเสมอ และปกป้องความปลอดภัยของประชาชนจากความเสียหายต่อโครงสร้างพื้นฐานการก่อสร้าง อย่างไรก็ตาม