Prachachat
TFM ชูโลว์คาร์บอนแข่งเวทีโลก ถกเกษตรกรพัฒนาคุณภาพกุ้งส่งออก
Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 1 outlet. See llms.txt for citation guidance.
◌ Single Source
ไทยยูเนี่ยน ฟีดมิลล์ ชี้โจทย์โลกเปลี่ยน มุ่งเป้าโลว์คาร์บอน เน้นยั่งยืนแข่งเอกวาดอร์ อินเดีย เวียดนาม อินโดฯ เร่งสื่อสารเกษตรกรไทย พัฒนาคุณภาพ เลี้ยงกุ้งส่งออกให้ตรงไซซ์ เผยตลาดกุ้งโลกผลผลิตเพิ่ม แต่ราคาลด หันมาเพิ่มสัดส่วนขายในประเทศ ตั้งเป้ายอดขายแตะหมื่นล้านภายในปี 2030
Key facts
- ตลาดกุ้งโลกมีผู้ผลิตรายใหญ่คือ เอกวาดอร์ ซึ่งมีกำลังผลิต 1.5 ล้านตัน และยังเติบโตต่อเนื่องปีละ 4-5% ขณะที่ประเทศหลักอื่น ๆ ได้แก่ จีน อินเดีย อินโดนีเซีย ส่วนไทยอยู่อันดับ 5 ของโลกด้านการผลิตและส่งออก
- วันนี้เราดีใจที่ประเทศไทยสามารถทำกุ้งโลว์คาร์บอนไปขายตลาดโลกได้ เพราะหลายประเทศคู่แข่ง เช่น เอกวาดอร์ อินโดนีเซีย จีน เวียดนาม ยังไม่ได้ใช้เรื่องนี้เป็น Selling Point มากนัก นี่คือจุดแข็งของประเทศไทย ไม่ใช่เฉพาะกลุ่มไทยยูเนี่ยนฯ”
Summary
นายพีระศักดิ์ บุญมีโชติ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไทยยูเนี่ยน ฟีดมิลล์ จำกัด (มหาชน) หรือ TFM เปิดเผยว่า ทิศทางอุตสาหกรรมสัตว์น้ำ โดยเฉพาะกุ้งไทย กำลังเข้าสู่โจทย์ใหม่ของตลาดโลกที่ไม่ได้แข่งขันเฉพาะราคาอีกต่อไป แต่ต้องตอบเรื่องความยั่งยืน โลว์คาร์บอน คุณภาพสินค้า และการตรวจสอบย้อนกลับได้ โดย TFM ต้องทำมากกว่าการขายอาหารสัตว์น้ำ คือ การนำข้อมูลตลาดโลกกลับมาสื่อสารกับเกษตรกรไทยว่า ตลาดต้องการกุ้งไซซ์ใด ช่วงเวลาใด ควรผลิตอย่างไร และจะขายให้ใคร ทั้งนี้
โดยภาพรวมตลาดอาหารปลาน้ำจืดมีมูลค่าประมาณ 7,000 ล้านบาท แบ่งเป็น ปลานิลและปลาทับทิม 5,000 ล้านบาท ส่วนปลาช่อนและปลาอื่น ๆ 1,500-2,000 ล้านบาท ปัจจุบัน TFM มีส่วนแบ่งตลาดในกลุ่มนี้เพียง 6-8% หรือไม่เกิน 10% จึงยังมีโอกาสขยายตัว
อย่างไรก็ตาม บริษัทจะไม่ลดคุณภาพสินค้า และไม่ปรับสูตรไปใช้โปรตีนทางเลือกเพื่อลดต้นทุน โดยจะบริหารต้นทุนผ่านการเพิ่มยอดขาย 8-10% เพื่อให้ปริมาณการผลิตสูงขึ้น ควบคุมค่าใช้จ่ายภายใน รวมถึงใช้ข้อดีจากวัตถุดิบบางรายการที่ไม่ได้ปรับขึ้น เช่น ถั่วเหลืองและแป้ง เข้ามาช่วยถ่วงดุล