Bangkok Today
EXIM ชี้โลกป่วนกดเศรษฐกิจ ชูยุทธศาสตร์ 5T ปั้น SME ฝ่ากำแพงค้าโลก หวังดันสินเชื่อใหม่ตามเป้า 7 หมื่นล้าน
Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 1 outlet. See llms.txt for citation guidance.
◌ Single Source
“EXIM BANK” หวั่นเศรษฐกิจโลกเผชิญ 3 ความเสี่ยง “รุนแรง-ผันผวน-แปรปรวน” จากสงครามและภูมิรัฐศาสตร์ ฉุดต้นทุนพลังงาน-โลจิสติกส์พุ่ง เตือนผู้ส่งออกไทยอย่าหลงดีใจกับตัวเลขส่งออกโต 17% เพราะยังพึ่งตลาดเดิม
Key facts
- ด้านผลประกอบการของ EXIM BANK ในไตรมาสแรกปี 2569 ถือว่าอยู่ในระดับแข็งแกร่ง โดยมีกำไรสุทธิประมาณ 800 ล้านบาท เพิ่มขึ้นเกือบ 100% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน จากรายได้ดอกเบี้ยสุทธิและการบริหารต้นทุนที่มีประสิทธิภาพ
- Transition การปรับตัวสู่เศรษฐกิจสีเขียว โดยธนาคารจะเปลี่ยนบทบาทจากผู้ปล่อยสินเชื่อทั่วไป มาเป็นผู้สนับสนุนการเปลี่ยนผ่านสู่ Green Economy รวมทั้งเตรียมร่วมมือกับธนาคารโลกในการพัฒนาเรื่องคาร์บอนเครดิต เพื่อช่วยผู้ส่งออกไทยผ่านมาตรฐานการค้าโลกยุคใหม่
- Transform การปรับโมเดลธุรกิจ สนับสนุนให้ SME ไทยลดการพึ่งพาตลาดในประเทศ และกล้าออกไปหาตลาดใหม่ในต่างประเทศมากขึ้น เพื่อเพิ่มโอกาสการเติบโตในระยะยาว
- Transparency การสร้างความโปร่งใสและความถูกต้องทางการค้า โดย EXIM BANK จะทำหน้าที่เป็นพี่เลี้ยงให้ผู้ประกอบการเรียนรู้กฎระเบียบการค้าระหว่างประเทศ ลดความเสี่ยงจากการถูกปฏิเสธสินค้า หรือถูกใช้มาตรการทางการค้าลงโทษในอนาคต
- ซึ่งสถานการณ์ดังกล่าวส่งผลให้ราคาน้ำมันโลกมีแนวโน้มทรงตัวอยู่ในระดับสูงราว 100 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรลต่อเนื่อง กระทบต่อต้นทุนการผลิตและค่าขนส่งทั่วโลก ขณะเดียวกันสงครามการค้าระหว่างสหรัฐอเมริกาและจีนยังทวีความรุนแรงมากขึ้น
- แม้สถานการณ์โลกยังเต็มไปด้วยความผันผวน แต่ EXIM BANK จะยังเดินหน้าทำหน้าที่สนับสนุนผู้ประกอบการไทยอย่างเต็มที่ พร้อมรักษาระดับหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPL) ที่ 4% ให้อยู่ในกรอบบริหารจัดการได้
Summary
นายชลัช รัตนบุญนิธิ กรรมการผู้จัดการ ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย หรือ EXIM BANK เปิดเผยว่า ภาวะเศรษฐกิจโลกในขณะนี้กำลังเผชิญกับ 3 คำนิยามสำคัญ คือ “ความรุนแรง ความผันผวน และความแปรปรวน” จากปัจจัยความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ที่ยังไม่มีสัญญาณยุติ ไม่ว่าจะเป็นสงครามรัสเซีย-ยูเครน หรือความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่ลุกลามไปถึงช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งถือเป็นเส้นทางยุทธศาสตร์ด้านพลังงานและการค้าโลก
ซึ่งสถานการณ์ดังกล่าวส่งผลให้ราคาน้ำมันโลกมีแนวโน้มทรงตัวอยู่ในระดับสูงราว 100 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรลต่อเนื่อง กระทบต่อต้นทุนการผลิตและค่าขนส่งทั่วโลก ขณะเดียวกันสงครามการค้าระหว่างสหรัฐอเมริกาและจีนยังทวีความรุนแรงมากขึ้น จนเกิดการแบ่งขั้วเศรษฐกิจโลกอย่างชัดเจน โดยสหภาพยุโรปพยายามยืนเป็นขั้วอำนาจที่สาม ส่งผลให้การประเมินทิศทางเศรษฐกิจโลกทำได้ยากขึ้น แม้แต่สถาบันการเงินระดับโลกยังไม่สามารถคาดการณ์ตัวเลขเศรษฐกิจได้อย่างชัดเจน
สำหรับตัวเลขการส่งออกไทยในไตรมาสแรกของปี 2569 ที่ขยายตัวสูงถึง 17% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนนั้น ถึงแม้ภาพรวมดูดี แต่หากพิจารณาเชิงลึกจะพบว่า การเติบโตส่วนใหญ่ยังมาจากตลาดเดิม ได้แก่ จีน สหรัฐฯ และสหภาพยุโรป สะท้อนว่าผู้ประกอบการไทยยังไม่สามารถขยายตลาดใหม่ได้ตามเป้าหมาย อย่างไรก็ตามธนาคารยังประเมินว่าการส่งออกไทยทั้งปีนี้จะเติบโตประมาณ 7% เนื่องจากยังมีปัจจัยเสี่ยงจากสงครามและความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่อาจกระทบต่อการค้าโลกในช่วงครึ่งปีหลัง