Cryptosiam
Bitcoin พุ่งทะลุ $77,000 แม้ Spot ETF ไหลออกกว่า $2 พันล้าน
Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 1 outlet. See llms.txt for citation guidance.
◌ Single Source
Bitcoin กลับมายืนเหนือระดับ $77,000 ได้อีกครั้ง แม้นักลงทุนยังกังวลต่อผลประกอบการของบริษัทกลุ่ม Big Tech และแรงขายจาก Spot Bitcoin ETF ที่มีเงินไหลออกสะสมทะลุ 2 พันล้านดอลลาร์
Key facts
- Bitcoin กลับมายืนเหนือระดับ $77,000 ได้อีกครั้ง แม้นักลงทุนยังกังวลต่อผลประกอบการของบริษัทกลุ่ม Big Tech และแรงขายจาก Spot Bitcoin ETF ที่มีเงินไหลออกสะสมทะลุ 2 พันล้านดอลลาร์
- Bitcoin ฟื้นตัวกลับมายืนเหนือระดับ 77,000 ดอลลาร์ หลังบรรยากาศการลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยงเริ่มผ่อนคลายลงเล็กน้อย หลังราคาน้ำมันดิบ Brent ปรับตัวลดลงต่ำกว่า 108 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล แต่กระแสเงินทุนที่ไหลออกจาก Spot Bitcoin ETF ในสหรัฐฯ
- ในช่วง 7 วันที่ผ่านมา Spot Bitcoin ETF ที่จดทะเบียนในสหรัฐฯ มีเงินไหลออกสุทธิรวมกว่า 2 พันล้านดอลลาร์ ส่งผลให้ตลาดเริ่มกังวลว่า Bitcoin อาจเผชิญแรงขายเพิ่มเติมและมีโอกาสปรับตัวต่ำกว่า 75,000 ดอลลาร์
- อีกหนึ่งปัจจัยที่สะท้อนความอ่อนแรงของตลาดคริปโตคือการเคลื่อนไหวของ Stablecoin ในจีน โดย Stablecoin หลายตัวซื้อขายต่ำกว่าอัตราแลกเปลี่ยนเงินหยวนต่อดอลลาร์สหรัฐราว 0.4% ซึ่งสะท้อนถึงความต้องการถอนเงินออกจากตลาดคริปโตมากขึ้น
- การเคลื่อนไหวของ Bitcoin ในช่วงล่าสุดมีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับดัชนี Russell 2000 ของสหรัฐฯ ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าปัจจัยมหภาคยังคงเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญของตลาดในเวลานี้
- Stablecoin ในจีนส่งสัญญาณเม็ดเงินไหลออกจากตลาดคริปโต
Summary
Bitcoin ฟื้นตัวกลับมายืนเหนือระดับ 77,000 ดอลลาร์ หลังบรรยากาศการลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยงเริ่มผ่อนคลายลงเล็กน้อย หลังราคาน้ำมันดิบ Brent ปรับตัวลดลงต่ำกว่า 108 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล แต่กระแสเงินทุนที่ไหลออกจาก Spot Bitcoin ETF ในสหรัฐฯ ยังคงเป็นปัจจัยกดดันตลาด และทำให้นักลงทุนเริ่มประเมินความเสี่ยงต่อการปรับฐานอีกครั้ง ท่ามกลางความกังวลเกี่ยวกับภาวะเศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัว
การเคลื่อนไหวของ Bitcoin ในช่วงล่าสุดมีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับดัชนี Russell 2000 ของสหรัฐฯ ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าปัจจัยมหภาคยังคงเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญของตลาดในเวลานี้ โดยดัชนีดังกล่าวครอบคลุมหุ้นขนาดเล็กและไม่ได้รวมหุ้นเทคโนโลยีขนาดใหญ่เหมือนดัชนีหลักอื่น ๆ
ขณะเดียวกัน นักลงทุนทั่วโลกยังจับตาผลประกอบการของบริษัทเทคโนโลยีสาย AI โดยเฉพาะ Nvidia ซึ่งมีกำหนดรายงานผลประกอบการหลังตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปิดทำการ ท่ามกลางความกังวลว่าคู่แข่งอย่าง Advanced Micro Devices, Amazon และ Google กำลังเร่งพัฒนาเทคโนโลยีแข่งขันมากขึ้น