Krungthep Turakij
หนี้ท่วม-โลกเดือด-AI พลิกเกม Sustainomy ชี้ทางรอดไทย ก่อนถูกโลกทิ้งไว้ข้างหลัง
Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 1 outlet. See llms.txt for citation guidance.
◌ Single Source
เศรษฐกิจไทยและเศรษฐกิจโลกกำลังเผชิญโจทย์ใหญ่ที่ซับซ้อนขึ้น ทั้งปัญหาหนี้สะสม ความเหลื่อมล้ำ การเปลี่ยนผ่านทางเทคโนโลยี และแรงกดดันด้านสิ่งแวดล้อม จนทำให้แนวคิดการเติบโตแบบเดิมถูกตั้งคำถามอย่างหนัก ในเวทีเสวนา “Sustainomy : Walk the Thought” “ปิยะชาติ อิศรภักดี” Chief Sustainomist จาก BiOST และผู้เขียนหนังสือ Sustainomy เสนอแนวคิดออกแบบระบบเศรษฐกิจใหม่ที่ผนวกความยั่งยืนเข้าเป็นส่วนหนึ่งของเครื่องยนต์เศรษฐกิจ ไม่ใช่เพียงภาคผนวกของการเติบโต ขณะที่ “ดร.ดอน นาครทรรพ”
Key facts
- ผู้ช่วยผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย ชี้ว่าไทยกำลังเข้าสู่ยุคที่การแก้ปัญหาเศรษฐกิจไม่ใช่โจทย์กากบาทแบบเดิมอีกต่อไป แต่เป็นข้อสอบอัตนัยที่ต้องอาศัยการปรับโครงสร้างทั้งระบบ เพื่อสร้างอนาคตที่เติบโตได้โดยไม่ทิ้งภาระไว้ให้คนรุ่นหลัง
- Chief Sustainomist จาก BiOST และผู้เขียนหนังสือ Sustainomy เสนอแนวคิดออกแบบระบบเศรษฐกิจใหม่ที่ผนวกความยั่งยืนเข้าเป็นส่วนหนึ่งของเครื่องยนต์เศรษฐกิจ ไม่ใช่เพียงภาคผนวกของการเติบโต ขณะที่ “ดร.ดอน นาครทรรพ”
- ประเทศไทยกำลังเผชิญกับข้อจำกัดที่รุนแรงขึ้น โดยเฉพาะปัญหาหนี้ครัวเรือนที่พุ่งสูงขึ้นเป็นอันดับต้น ๆ ของโลก ขณะที่หนี้สาธารณะของรัฐบาลเริ่มขยับเข้าใกล้ขีดจำกัดในการกู้ยืม แม้ภาคธุรกิจขนาดใหญ่จะมีความมั่นคงจากการเรียนรู้บทเรียนวิกฤติปี 2540
- เปรียบเทียบสถานการณ์เศรษฐกิจไทยในปัจจุบันว่าเหมือนกับการทำข้อสอบที่เปลี่ยนจากแบบเลือกตอบ (กากบาท) มาเป็นข้อสอบอัตนัย ที่ต้องใช้ความเข้าใจเชิงลึกในการแก้ปัญหา ในอดีตไทยเคยภูมิใจกับการเป็น “Detroit of Asia”
Summary
เศรษฐกิจไทยและเศรษฐกิจโลกกำลังเผชิญโจทย์ใหญ่ที่ซับซ้อนขึ้น ทั้งปัญหาหนี้สะสม ความเหลื่อมล้ำ การเปลี่ยนผ่านทางเทคโนโลยี และแรงกดดันด้านสิ่งแวดล้อม จนทำให้แนวคิดการเติบโตแบบเดิมถูกตั้งคำถามอย่างหนัก ในเวทีเสวนา “Sustainomy : Walk the Thought” “ปิยะชาติ อิศรภักดี” Chief Sustainomist จาก BiOST และผู้เขียนหนังสือ Sustainomy เสนอแนวคิดออกแบบระบบเศรษฐกิจใหม่ที่ผนวกความยั่งยืนเข้าเป็นส่วนหนึ่งของเครื่องยนต์เศรษฐกิจ ไม่ใช่เพียงภาคผนวกของการเติบโต ขณะที่ “ดร.ดอน นาครทรรพ”
ระบบนี้พยายามผลักดันเรื่อง "People" และ "Planet" ให้เข้าไปอยู่ภายใต้เครื่องยนต์ทางเศรษฐกิจโดยตรง ไม่ใช่เพียงการทำเศรษฐกิจให้โตแล้วค่อยนำเงินที่เหลือมาดูแลสังคมหรือสิ่งแวดล้อมแบบตัดแปะ ดังที่เคยเป็นมา
"การเติบโตในแบบที่เราทำกันอยู่นี้ คือการขโมยเอาอนาคตมาใช้ ทั้งเรื่องการหาเงินและหนี้สิน ซึ่งสุดท้ายจะกลับมาเป็นภาระให้ลูกหลาน และที่น่ากลัวคือผลกระทบนี้อาจมาถึงไวกว่าที่คิด คือในรุ่นของเราเอง"