Krungthep Turakij
'AI กินไฟ–เผาโลก' เมื่อนวัตกรรมอนาคต กลายเป็น 'ภาระสิ่งแวดล้อม'
Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 1 outlet. See llms.txt for citation guidance.
◌ Single Source
การขยายตัวของเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI ในโลกธุรกิจดำเนินไปด้วยความเร็ว ที่แทบไม่มีเทคโนโลยีใดเคยทำได้มาก่อน แต่เบื้องหลังความก้าวหน้าที่น่าตื่นตาตื่นใจ มีต้นทุนที่ซ่อนอยู่ และยังไม่มีใครรับผิดชอบอย่างจริงจัง นั่นคือ ผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมจาก AI ที่กำลังขยายตัวในอัตราเร่งที่น่าตกใจ
Key facts
- ออทัมน์ สแตนนิช ผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์ การ์ทเนอร์ ออกมาบอกว่า การ์ทเนอร์ คาดการณ์ว่าในอีกสองปีข้างหน้า (2571) ครึ่งหนึ่ง (50%) ของการปล่อยก๊าซเรือนกระจก (GHG) ด้านไอที จะมาจากโมเดล AI ซึ่งเพิ่มขึ้นจากสัดส่วนที่ 10% ในปี 2568
- ความก้าวหน้าของโมเดล AI อย่างรวดเร็วอาจสร้างอุตสาหกรรมใหม่ และเป็นพลังขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงทางธุรกิจก็จริง แต่ความกังวลต่อผลกระทบสิ่งแวดล้อมก็มากขึ้นตามไปด้วยเช่นกัน
- หลังจากใช้วิธีใดวิธีหนึ่งหรือหลายวิธีเพื่อวัดผลกระทบ GHG ในขอบเขตที่ 1 และ 2 แล้ว ให้เพิ่มการวัดปล่อยมลพิษในห่วงโซ่อุปทานเป็นขอบเขตที่ 3 เพื่อให้การคำนวณครบถ้วนสมบูรณ์
- โครงสร้างพื้นฐานก็มีบทบาทสำคัญเช่นกัน แม้ว่าการใช้งาน Cloud มักจะให้ประโยชน์ด้านการประหยัดต้นทุนตามขนาดและการเข้าถึงผู้ให้บริการที่มีพันธสัญญาด้านพลังงานหมุนเวียน แต่ไม่ใช่ทุกงาน AI ที่จะได้รับประโยชน์เท่าเทียมกัน ในบางกรณี
Summary
การฝึกอบรม และรันโมเดล AI ต้องอาศัยพลังการประมวลผลมหาศาล โครงสร้างพื้นฐานไอทีใหม่ๆ และระบบทำความเย็นขั้นสูง เป็นการลงทุนที่เพิ่มแรงกดดันด้านงบประมาณ และอาจทำให้เป้าหมายความยั่งยืนต้องสะดุด
ความก้าวหน้าของโมเดล AI อย่างรวดเร็วอาจสร้างอุตสาหกรรมใหม่ และเป็นพลังขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงทางธุรกิจก็จริง แต่ความกังวลต่อผลกระทบสิ่งแวดล้อมก็มากขึ้นตามไปด้วยเช่นกัน
ออทัมน์ สแตนนิช ผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์ การ์ทเนอร์ ออกมาบอกว่า การ์ทเนอร์ คาดการณ์ว่าในอีกสองปีข้างหน้า (2571) ครึ่งหนึ่ง (50%) ของการปล่อยก๊าซเรือนกระจก (GHG) ด้านไอที จะมาจากโมเดล AI ซึ่งเพิ่มขึ้นจากสัดส่วนที่ 10% ในปี 2568