Krungthep Turakij
อนาคตเราอาจเกษียณตอน 70-80 ปี? คนทำงานอายุเกิน 100 ปี จะพุ่ง 4 เท่า
Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 1 outlet. See llms.txt for citation guidance.
◌ Single Source
รู้ไหมว่า การ เกษียณ ตอนอายุ 60-65 ปี อาจกำลังกลายเป็นแนวคิดล้าสมัยของโลกยุคเก่า เมื่อมนุษย์มีแนวโน้ม อายุยืนเกิน 100 ปี มากขึ้นเรื่อยๆ แรงงานสูงวัย จะมีจำนวนเพิ่มขึ้นกว่าเดิมหลายเท่า หลายคนต้องเริ่มคิดใหม่ว่า จะใช้ชีวิต ทำงาน และวางแผนเกษียณอย่างไรในโลกที่ “ วัยหลังเกษียณ ” อาจกินเวลายาวนานกว่าเดิมหลายสิบปี
Key facts
- อีก 25 ปีข้างหน้า คนทำงานอายุเกิน 100 ปี จะพุ่ง 4 เท่า!
- ในยุคหนึ่ง ชีวิตการทำงานของคนส่วนใหญ่เคยมีเส้นทางที่ค่อนข้างชัดเจน เริ่มจากเรียนให้จบ เริ่มทำงาน สร้างตัว เก็บเงิน ซื้อบ้าน เลี้ยงครอบครัว แล้วค่อยถอนตัวออกจาก โลกการทำงาน ในช่วงอายุราวๆ 60-65 ปี ก่อนใช้ชีวิตหลังเกษียณอย่างเรียบง่ายในอีก
- รายงานจาก Deloitte ระบุว่า ปัจจุบันคนอเมริกันใช้ชีวิตอย่างมีสุขภาพดีเฉลี่ยเพียงประมาณ 85% ของช่วงอายุทั้งหมดเท่านั้น นั่นหมายความว่า ช่วงปลายชีวิตจำนวนไม่น้อยอาจต้องอยู่กับโรคเรื้อรัง ค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพ หรือข้อจำกัดทางร่างกาย
- ต่อไปบริษัทจะไม่แข่งกันเรื่องเงินเดือน แต่แข่งเรื่องสวัสดิการสุขภาพ
- คน วัยทำงาน ยุคใหม่ไม่ได้กังวลแค่เรื่องเงินเดือน หรือโบนัสประจำปี เหมือนในอดีตอีกแล้ว แต่เริ่มคิดไปไกลถึงคำถามว่า ถ้าต้องมีชีวิตอยู่ถึงอายุ 100 ปี พวกเขาจะดูแลตัวเองอย่างไร จะมีเงินพอใช้หรือไม่ และจะรับมือกับค่ารักษาพยาบาล ภาระครอบครัว
- รายงาน State of the Workplace Financial Benefits ปี 2025 ของ Morgan Stanley สะท้อนภาพนี้อย่างชัดเจน เมื่อพนักงานจำนวนมากเริ่มมองว่า “การวางแผนการเงินระยะยาว”
Summary
ที่ผ่านมา หลายคนวางแผนชีวิตโดยมีภาพจำว่า หลังเกษียณจะใช้ชีวิตอีกประมาณ 10-15 ปี แต่สำหรับคนรุ่นอนาคตอีก 25 ปีข้างหน้า ช่วงเวลาหลังเกษียณอาจยาวนานเพิ่มขึ้นถึง 30-40 ปี หมายความว่า เงินเก็บที่เคยคิดว่าเพียงพอ อาจไม่พออีกแล้ว และระบบสวัสดิการแบบเดิม ก็อาจรองรับชีวิตระยะยาวเช่นนี้ได้ยากขึ้นเรื่อยๆ
ข้อมูลจาก Pew Research Center คาดการณ์ว่า ภายในอีก 25 ปีข้างหน้า จำนวนชาวอเมริกันที่มีอายุเกิน 100 ปี จะเพิ่มขึ้นถึง 4 เท่า ขณะที่อายุเฉลี่ยของผู้คนทั่วโลกก็มีแนวโน้มยืนยาวขึ้นอย่างต่อเนื่อง จากความก้าวหน้าทางการแพทย์ เทคโนโลยี และคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น
ขณะเดียวกัน ในแง่ของบริษัทเอง ก็จะไม่สามารถใช้ระบบสวัสดิการแบบเดิมได้อีกต่อไป เพราะอนาคตของ แรงงานยุคใหม่ ไม่ได้ต้องการแค่เงินเดือนหรือโบนัส แต่ต้องการองค์กรที่ช่วยดูแลทั้งสุขภาพ การเงิน และคุณภาพชีวิตระยะยาวไปจนถึงวัยชราได้จริง