The Standard
ชำแหละ พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้าน หลังศาลรัฐธรรมนูญ รับคำร้อง สส. ฝ่ายค้าน ยื่นตีความ ผิดกฎหมายหรือไม่
Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 1 outlet. See llms.txt for citation guidance.
◌ Single Source
สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 18 พฤษภาคม ศาลรัฐธรรมนูญ รับคำร้อง สส. ฝ่ายค้านจำนวน 133 คน ยื่นให้ตีความ พ.ร.ก. กู้เงินฯ 4 แสนล้านบาท ว่าขัดต่อรัฐธรรมนูญหรือไม่ พร้อมใช้อำนาจตามกฎหมายสั่งการให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) จัดทำคำชี้แจงและส่งเอกสารหลักฐานที่เกี่ยวข้องต่อศาลรัฐธรรมนูญภายในระยะเวลา 7 วัน
Key facts
- อดีต ตุลาการศาล รธน. วิเคราะห์ พ.ร.ก.กู้ 4 แสนล้านบาท ผิดหรือไม่ผิดกฎหมาย
- ด้านอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวเมื่อวันที่ 18 พฤษภาคม ว่า พ.ร.ก. กู้เงิน 4 แสนล้านบาท รัฐบาลทำคู่ขนานกันไป ซึ่งมีความมั่นใจอย่างเต็มเปี่ยมว่า การที่เราออกพระราชกำหนด
- เมื่อศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาเรื่องความเร่งด่วนไม่ได้ ประเด็นชี้ขาดจึงเหลือเพียงว่า งบพลังงาน 2 แสนล้านบาท เข้าข่ายการรักษาความมั่นคงทางเศรษฐกิจหรือความปลอดภัยสาธารณะหรือไม่
- อดีต รมว.คลัง ประเมินว่า หากรัฐบาลนำเงินกู้ไปแจกแบบให้สิทธิคนทั่วไปจำนวนถึง 30 ล้านคน โดยไม่มีการตรวจสอบคุณสมบัติว่ามีความเดือดร้อนอย่างแท้จริงหรือไม่ จะทำให้มีคนที่ไม่เดือดร้อนเข้ามารับสิทธิด้วย
- นายกรัฐมนตรี ยืนยันด้วยว่า รัฐบาลออกพระราชกำหนดมาแล้ว และประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้ว ทุกอย่างจึงเป็นการดำเนินการตามขั้นตอน และเป็นไปตามที่รัฐธรรมนูญ ระเบียบ และกฎหมายกำหนด ซึ่งโครงการไทยช่วยไทยจะเข้าที่ประชุมคณะรัฐมนตรีในวันที่ 19 พฤษภาคม
- ศาสตราจารย์พิเศษ จรัญ ภักดีธนากุล อดีตตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ให้สัมภาษณ์ในรายการ ‘เวทีความคิด ช่อง Thinkingradio’ ให้ความเห็นว่า ย้อนกลับในรัฐธรรมนูญปี 2540 และ 2550 ศาลรัฐธรรมนูญมีอำนาจตรวจสอบการออก พ.ร.ก. ได้ใน 2 เงื่อนไขหลัก คือ 1
Summary
ธีระชัย ภูวนาถนรานุบาล อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยกับ THE STANDARD WEALTHการที่ศาลรัฐธรรมนูญให้รัฐบาลชี้แจงข้อกล่าวหาของฝ่ายค้านถือเป็นขั้นตอนตามปกติ และตัว พ.ร.ก. ยังคงสามารถเดินหน้าต่อไปได้ อย่างไรก็ตาม ได้ตั้งข้อสังเกตถึงการเตรียมนำเม็ดเงินก้อนแรกเกือบ 2 แสนล้านบาทไปใช้ในโครงการลักษณะแจกเงิน เช่น ‘ไทยช่วยไทย พลัส’ หรือ ‘คนละครึ่งพลัส’ เข้าที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.)
อดีต รมว.คลัง ประเมินว่า หากรัฐบาลนำเงินกู้ไปแจกแบบให้สิทธิคนทั่วไปจำนวนถึง 30 ล้านคน โดยไม่มีการตรวจสอบคุณสมบัติว่ามีความเดือดร้อนอย่างแท้จริงหรือไม่ จะทำให้มีคนที่ไม่เดือดร้อนเข้ามารับสิทธิด้วย ลักษณะการกู้ยืมเงินเพื่อเพิ่มหนี้สาธารณะแล้วนำมาแจกจ่ายโดยไม่ได้เน้นเฉพาะกลุ่มเปราะบาง ถือเป็นการกู้เงินที่เกินความจำเป็นและไม่คุ้มค่าในทางเศรษฐกิจ ซึ่งเข้าข่ายฝ่าฝืน พ.ร.บ.วินัยการเงินการคลังของรัฐ
อีกทั้งมีรายงานว่า มติเมื่อวันที่ 18 พฤษภาคมนั้น เป็นขององค์คณะชุดเล็กที่พิจารณารับหรือไม่รับคำร้อง โดยการประชุมของตุลาการศาลรัฐธรรมนูญเต็มองค์คณะ 9 คน ในครั้งถัดไป จะมีขึ้นในวันที่ 4 มิถุนายนนี้