Kaohoon
โบรกฯ ชูค้าปลีก-เครื่องดื่ม-ไฟแนนซ์คึก! รับอานิสงส์ “ไทยช่วยไทย พลัส” วงเงิน 1.75 แสนล้าน
Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 2 outlets. See llms.txt for citation guidance.
2 แหล่งข่าว
ท่ามกลางแรงกดดันจากวิกฤตพลังงาน เงินเฟ้อ และค่าครองชีพที่ปรับตัวสูงขึ้น มาตรการภาครัฐกลับมาเป็นหนึ่งในเครื่องมือสำคัญที่ตลาดทุนจับตาอีกครั้ง โดยเฉพาะโครงการ “ไทยช่วยไทย พลัส” วงเงิน 1.75 แสนล้านบาท ซึ่งมีเป้าหมายหลักเพื่อบรรเทาภาระประชาชน ประคองกำลังซื้อ และช่วยเหลือร้านค้ารายย่อยให้สามารถเดินหน้าธุรกิจได้ต่อเนื่อง
Key facts
- กลุ่มผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ (13.18 ล้านคน) รับวงเงินช่วยเหลือ 1,000 บาท/คน/เดือน (รัฐสนับสนุน 100%) เพิ่มจากเดิมที่ได้รับ 700 บาท/คน/เดือน ไม่ต้องลงทะเบียนใหม่ ได้สิทธิโดยอัตโนมัติเพื่อซื้อสินค้าอุปโภคบริโภคจากร้านธงฟ้าฯ (กรณีมีวงเงินคงเหลือในเดือนใด จะไม่มีการสะสมไปในเดือนถัดไป) สิทธิประชารัฐสวัสดิการ
- จะช่วยเหลือประชาชนกว่า 43 ล้านคน ครอบคลุมกลุ่มผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 13.18 ล้านคน ได้รับวงเงินช่วยเหลือ 1,000 บาทต่อเดือน และกลุ่มประชาชนทั่วไป 30 ล้านคน ภายใต้สิทธิ 60/40 โดยรัฐสนับสนุน 60% วงเงิน 1,000 บาทต่อเดือน รวมสูงสุด 4,000
- จะช่วยเหลือประชาชนกว่า 43 ล้านคนในการแบ่งเบาภาระค่าครองชีพจากวิกฤตเศรษฐกิจ ด้วยวงเงินช่วยเหลือสูงสุด 4,000 บาทต่อคน ตลอดระยะเวลาโครงการ 4 เดือน ระยะเวลาโครงการ: ตั้งแต่วันที่ 1 มิ.ย.-30 ก.ย. 69
- ด้านบริษัทหลักทรัพย์ ดาโอ (ประเทศไทย) จำกัด หรือ DAOL ระบุในบทวิเคราะห์วันนี้ (19 พ.ค. 2569) ว่า มีมุมมองเชิงบวกมากขึ้นต่อมาตรการ “ไทยช่วยไทย พลัส”
- เบี้ยความพิการเพิ่มเติม (มติ ครม. 28 ม.ค.63) จำนวน 200 บาท/เดือนให้แก่คนพิการที่มีบัตรประจำตัวคนพิการและได้รับบัตรฯ
- นอกจากนี้ โครงการดังกล่าวยังเพิ่มเครื่องมือช่วยเหลือร้านค้ารายย่อยผ่านแอปพลิเคชัน “ถุงเงิน”
Summary
บริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรี จำกัด (มหาชน) ประเมินว่าโครงการดังกล่าวจะส่งผลดีต่อจิตวิทยาการลงทุนในตลาดหุ้นไทย (SET) และจะช่วยเปิดโอกาส (Upside) ให้กับ GDP ในช่วงไตรมาส 2/2569 ถึงไตรมาส 3/2569 โดยเฉพาะจากฐานที่ตลาดได้รวมผลกระทบของราคาพลังงานไปแล้วก่อนหน้านี้ ซึ่งจะเป็นภาพบวกต่อทิศทางดัชนี SET จากโอกาสที่ตลาดจะปรับเพิ่มประมาณการ GDP ในระยะถัดไป
นอกจากนี้ โครงการดังกล่าวยังเพิ่มเครื่องมือช่วยเหลือร้านค้ารายย่อยผ่านแอปพลิเคชัน “ถุงเงิน” ด้วยระบบ “AI นกกระซิบ” เพื่อช่วยตอบคำถามเกี่ยวกับโครงการ วิเคราะห์ยอดขาย และตรวจสอบราคาวัตถุดิบรายวัน ซึ่งจะช่วยยกระดับการบริหารจัดการร้านค้าและเพิ่มศักยภาพผู้ประกอบการรายย่อยในระยะยาว
ทั้งนี้ กลุ่มค้าปลีกคาดว่าจะได้รับประโยชน์สูงสุด ได้แก่ บริษัท ซีพี แอ็กซ์ตร้า จำกัด (มหาชน) หรือ CPAXT แนะนำ “ซื้อ” ราคาเป้าหมาย 19.00 บาท, บริษัท เบอร์ลี่ ยุคเกอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ BJC แนะนำ “ซื้อ” ราคาเป้าหมาย 17.00 บาท และบริษัท ธนพิริยะ จำกัด (มหาชน) หรือ TNP ราคาเป้าหมายตาม Consensus ที่ 3.60 บาท เนื่องจากร้านค้า Traditional Trade เป็นจุดหมายหลักในการใช้สิทธิโครงการดังกล่าว