Post Today
ครม.เคาะ “ไทยช่วยไทยพลัส” แจกเดือนละ 1,000 บ. 4 เดือน ช่วย 43 ล้านคน ใช้สิทธิ 1 มิ.ย.นี้
Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 7 outlets. See llms.txt for citation guidance.
KHAO Verified
ครม.ไฟเขียว “ไทยช่วยไทยพลัส” วงเงิน 2 แสนล้านบาท แจกช่วยค่าครองชีพเดือนละ 1,000 บาท นาน 4 เดือน ครอบคลุมประชาชนกว่า 43 ล้านคน อายุ 18 ปีขึ้นไป เริ่มใช้สิทธิ 1 มิ.ย.นี้ ผ่านร้านค้าทั่วประเทศ หวังสกัดวิกฤตของแพงไม่ให้ลามกระทบกำลังซื้อ ธุรกิจรายย่อย และ
Key facts
- ลามภาคธนาคาร สแตนดาร์ดชาร์เตอร์ดจ่อปลดพนักงาน 7,000 ตำแหน่งรับ AI
- TSTE จากธุรกิจท่าเรือสู่ผู้ผลิตอาหาร OEM ตั้งเป้าพันล้านใน 3 ปี
- รุก B2C ผนึก Butterbear ฟื้นแบรนด์ สู่ พลิกกำไร
- นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) วันนี้ (19 พ.ค.69) มีมติเห็นชอบโครงการ “ไทยช่วยไทยพลัส”
- ย้ำว่า มาตรการนี้มีเป้าหมายหลักเพื่อช่วยบรรเทาภาระค่าครองชีพของประชาชน ไม่ได้เป็นมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ ซึ่งประชาชนจะสามารถใช้จ่ายผ่านโครงการได้ไม่เกินวันละ 200 บาท ในช่วงเวลา 06.00-23.00 น. ระหว่างวันที่ 1 มิ.ย. - 30 ก.ย. 2569 ทั้งนี้
- ค้านแผนหยุดรถไฟเข้ากรุงชั้นใน คนวงในรฟท.แนะสร้างทางข้ามแทนตัดเส้นทาง
Summary
โดยมีหลักคิดของโครงการแบ่งออกเป็น 3 ส่วนสำคัญ ได้แก่ การช่วยกลุ่มเปราะบาง การช่วยชนชั้นกลางและมนุษย์เงินเดือน รวมถึงการช่วยต่อสภาพคล่องให้ร้านค้ารายเล็กทั่วประเทศ เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาธุรกิจปิดกิจการและการว่างงานในวงกว้าง
นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) วันนี้ (19 พ.ค.69) มีมติเห็นชอบโครงการ “ไทยช่วยไทยพลัส” เพื่อใช้เป็นมาตรการบรรเทาค่าครองชีพ รวมถึงช่วยเหลือผู้ค้ารายย่อยให้สามารถประกอบอาชีพได้อย่างต่อเนื่อง หลังเงินเฟ้อเดือนเมษายนปรับขึ้นมาอยู่ที่ 3% และมีแนวโน้มสูงขึ้นต่อเนื่องไปถึง 5% หากรัฐบาลไม่ดำเนินการอะไร
"ก่อนหน้านี้รัฐบาลได้ทยอยออกมาตรการช่วยเหลือเฉพาะกลุ่ม ทั้งเกษตรกร ผู้ขับรถรับจ้าง ผู้ประกอบการขนส่ง และรถบรรทุก เพื่อรับมือผลกระทบด้านต้นทุนพลังงาน แต่รัฐบาลประเมินว่าขณะนี้วิกฤตกำลังลุกลามจาก ต้นทุนแพงไปสู่ กำลังซื้อหดตัว ซึ่งอาจกระทบประชาชนรายได้น้อย ธุรกิจรายเล็ก และการจ้างงานในระยะต่อไป โดยขณะนี้ไทยมีอัตราว่างอยู่ที่ 1% ถ้าไม่ดำเนินการใดๆ อาจขยับไปอยู่ที่ 2%"