Krungthep Turakij
เตือนโลกเทขายพันธบัตร ซ้ำเติมเศรษฐกิจเอเชียที่เปราะบาง
Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 1 outlet. See llms.txt for citation guidance.
◌ Single Source
นักวิเคราะห์เตือนแรงเทขายพันธบัตรทั่วโลก เสี่ยงกระทบเศรษฐกิจ 3 ชาติเอเชียที่เปราะบางอยู่แล้ว ถอดบทเรียนจากอดีต 'วิกฤติต้มยำกุ้ง-Taper Tantrum' เอเชียต้องตั้งรับให้ดี
Key facts
- นักวิเคราะห์เตือนแรงเทขายพันธบัตรทั่วโลก เสี่ยงกระทบเศรษฐกิจ 3 ชาติเอเชียที่เปราะบางอยู่แล้ว ถอดบทเรียนจากอดีต 'วิกฤติต้มยำกุ้ง-Taper Tantrum' เอเชียต้องตั้งรับให้ดี
- ราคาน้ำมันที่อยู่ในระดับสูงและความกังวลด้านเงินเฟ้อ ได้ผลักดันอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลทั่วโลกขึ้นสู่ระดับสูงสุดในรอบหลายปี โดยบอนด์ยีลด์สหรัฐอายุ 30 ปี พุ่งทะลุ 5% และเข้าใกล้ระดับสูงสุดนับตั้งแต่ปี 2007
- แข็งค่า และลดความน่าสนใจของสินทรัพย์ในตลาดเกิดใหม่ ส่งผลให้เงินทุนไหลออกจากเอเชีย ซึ่งเพิ่มภาระการชำระหนี้ในสกุลดอลลาร์ และกดดันให้ธนาคารกลางต้องขึ้นดอกเบี้ยเพื่อปกป้องค่าเงินและเพิ่มความน่าสนใจของตราสารหนี้ท้องถิ่น
- ตลาดส่วนใหญ่คาดว่า ธนาคารกลางอินโดนีเซียจะต้องปรับขึ้นดอกเบี้ยในวันพุธที่ 20 พ.ค. นี้ หลังเร่งเข้าแทรกแซงตลาดเพื่อพยุงค่าเงินรูเปียห์ ซึ่งอ่อนค่าทำสถิติต่ำสุดใหม่
- ในปี 2013 ซึ่งเกิดจากสัญญาณว่าเฟดจะเริ่มลดมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ (ลด QE) ส่งผลให้เงินทุนไหลออกจากตลาดเกิดใหม่อย่างหนัก หลังบอนด์ยีลด์สหรัฐพุ่งสูง โดยอินเดีย อินโดนีเซีย และฟิลิปปินส์ เป็นหนึ่งในประเทศที่ได้รับผลกระทบหนักที่สุดในครั้งนั้น
Summary
สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่า แรงเทขายพันธบัตรทั่วโลกอาจยิ่งเพิ่มแรงกดดันต่อเศรษฐกิจที่เปราะบางที่สุด 3 แห่งของเอเชีย คือ "อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ และอินเดีย" ทำให้ธนาคารกลางของประเทศเหล่านี้อาจต้องใช้นโยบายการเงินเข้มงวดขึ้น แม้จะเผชิญผลกระทบทางเศรษฐกิจจากวิกฤตราคาน้ำมันอยู่แล้วก็ตาม
อัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐที่สูงขึ้นทำให้ "ค่าเงินดอลลาร์" แข็งค่า และลดความน่าสนใจของสินทรัพย์ในตลาดเกิดใหม่ ส่งผลให้เงินทุนไหลออกจากเอเชีย ซึ่งเพิ่มภาระการชำระหนี้ในสกุลดอลลาร์ และกดดันให้ธนาคารกลางต้องขึ้นดอกเบี้ยเพื่อปกป้องค่าเงินและเพิ่มความน่าสนใจของตราสารหนี้ท้องถิ่น แม้เศรษฐกิจภายในประเทศจะมีแนวโน้มอ่อนแอลงก็ตาม ทำให้ผู้กำหนดนโยบายตกอยู่ในภาวะ "กลืนไม่เข้าคายไม่ออก"
ส่วนในฟิลิปปินส์ บรรดานักค้าและนักเศรษฐศาสตร์เริ่มคุยถึงความเป็นไปได้ที่ธนาคารกลางอาจขึ้นดอกเบี้ยขนานใหญ่ หรือขึ้นดอกเบี้ยนอกรอบการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน หากแรงกดดันต่อค่าเงินเปโซรุนแรงขึ้นอีก ขณะที่อินเดียนั้นใช้การแทรกแซงค่าเงินและมาตรการจำกัดการนำเข้าทองคำและเงิน