Krungthep Turakij
'วิกฤติพันธบัตร' ยังไม่จบง่าย ตลาดมองบอนด์ยีลด์ 30 ปีจะพุ่งแตะ 6%
Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 1 outlet. See llms.txt for citation guidance.
◌ Single Source
สำนักข่าวรอยเตอร์สรายงานอ้างนักวิเคราะห์หลายฝ่ายว่า แรงเทขายล่าสุดในตลาดพันธบัตรสหรัฐ ซึ่งกระทบไปถึงพันธบัตรทั่วโลก อาจยังจะยังไม่จบลงง่ายๆ เนื่องจากอัตราเงินเฟ้อที่ยังสูงอย่างต่อเนื่อง การเปลี่ยนมุมมองต่อทิศทางดอกเบี้ย และพฤติกรรมนักลงทุนที่เปลี่ยนไป ทำให้คาดว่าจะกดดันราคาพันธบัตร และผลักดันอัตราผลตอบแทนพันธบัตร ( บอนด์ยีลด์ ) ให้สูงขึ้นต่อในช่วงหลายสัปดาห์ข้างหน้า
Key facts
- ขึ้นเป็นผู้ถือครองพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐรายใหญ่อันดับ 2 ของโลก ตั้งแต่เดือนมี.ค. ปีที่แล้ว และปัจจุบันถือครองหนี้รัฐบาลสหรัฐเกือบ 9 แสนล้านดอลลาร์
- ตลอดหลายเดือนที่ผ่านมา นักลงทุนจำนวนมากมองว่า บอนด์ยีลด์สหรัฐอายุ 10 ปี ที่ระดับ 4.5% เป็นจุดน่าสนใจพอแล้วที่จะเข้าซื้อ แต่เมื่อยีลด์พุ่งทะลุระดับดังกล่าว
- เราน่าจะเห็นยีลด์ขึ้นไปแตะ 4.75% ในรอบถัดไป”
- เขากล่าวพร้อมชี้ถึงปัจจัยพื้นฐานหลายด้านที่ยังคงหนุนแรงขาย โดยล่าสุดบอนด์ยีลด์ 10 ปี ขึ้นไปอยู่ที่ 4.62%
- ผลสำรวจของธนาคาร Bank of America ที่เผยแพร่เมื่อวันอังคารพบว่า ผู้จัดการกองทุนทั่วโลก 62% คาดว่าอัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐอายุ 30 ปี จะพุ่งแตะระดับ 6% ซึ่งจะเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่ปลายปี 1999 และสูงกว่าระดับปัจจุบันราว 86 จุดเปอร์เซนต์
- อัตราเงินเฟ้อคาดการณ์ (breakeven inflation rate) ของพันธบัตรสหรัฐอายุ 10 ปี ปรับขึ้นสู่ระดับ 2.507% เมื่อวันศุกร์ ใกล้ระดับสูงสุดในรอบ 3 ปี โดยตัวเลขดังกล่าวส่วนหนึ่งสะท้อนถึงความเชื่อมั่นของนักลงทุนต่อความสามารถของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด)
- การ์วีย์เตือนว่า อัตราเงินเฟ้อคาดการณ์ที่ปรับขึ้นแม้เพียงเล็กน้อยไปสู่ระดับราว 2.6 - 2.7% ก็อาจผลักดันบอนด์ยีลด์ให้พุ่งขึ้นได้อย่างมีนัยสำคัญ โดยอาจขยับขึ้นอีก 10, 20 หรือ 30 จุดเปอร์เซนต์ได้อย่างง่ายดาย
- ภาพรวมยังดูไม่แน่นอนเช่นกัน กูนีต ดิงกรา หัวหน้าฝ่ายกลยุทธ์อัตราดอกเบี้ยสหรัฐของธนาคาร BNP Paribas กล่าวว่า เมื่อบอนด์ยีลด์สหรัฐอายุ 30 ปี ขยับเหนือระดับ 5% ก็เท่ากับสูญเสีย “เพดาน”
Summary
การปรับขึ้นของอัตราผลตอบแทนพันธบัตรถือเป็นแรงกดดันสำคัญต่อตลาดหุ้นสหรัฐ เพราะ "ต้นทุนการกู้ยืมที่สูงขึ้น" ส่งผลกระทบทั้งต่อภาคธุรกิจและผู้บริโภค
ตลอดหลายเดือนที่ผ่านมา นักลงทุนจำนวนมากมองว่า บอนด์ยีลด์สหรัฐอายุ 10 ปี ที่ระดับ 4.5% เป็นจุดน่าสนใจพอแล้วที่จะเข้าซื้อ แต่เมื่อยีลด์พุ่งทะลุระดับดังกล่าว นักลงทุนก็เริ่มปรับมุมมองว่าจุดที่แรงซื้อจะกลับมาอีกครั้งอาจอยู่สูงกว่านั้น
“คำถามต่อจากนี้คือ นักลงทุนจะกล้าซื้อจริงหรือไม่ ผมเชื่อว่าแรงเทขายนี้จะยังดำเนินต่อไป” พาดริก การ์วีย์ หัวหน้าฝ่ายกลยุทธ์อัตราดอกเบี้ยและตราสารหนี้โลกของธนาคารไอเอ็นจี กล่าว