Bangkok Today
WHA Group คว้าอันดับ 1 ด้านความยั่งยืนระดับโลก 2 ปีซ้อน จาก S&P Global
Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 1 outlet. See llms.txt for citation guidance.
◌ Single Source
บริษัท ดับบลิวเอชเอ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ WHA Group ตอกย้ำความเป็นผู้นำด้านความยั่งยืนในระดับสากล หลังได้รับการจัดอันดับเป็นบริษัทอันดับ 1 ของโลก ( Top 1%) ในกลุ่มอุตสาหกรรมบริหารจัดการอสังหาริมทรัพย์ ( Real Estate Management & Development) ต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 จากผลการประเมินความยั่งยืน S&P Global Corporate Sustainability Assessment (CSA) 2025 โดย คุณมณฑิกา เจริญยิ่งวัฒนา ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ สำนักความยั่งยืนองค์กร เป็นผู้แทนบริษัทฯ
Key facts
- ต่อเนื่องเป็นปีที่ 4 โดยมีเพียง 848 บริษัทจากทั่วโลกที่ผ่านเกณฑ์การคัดเลือกเข้าสู่ Yearbook ดังกล่าว
- สะท้อนถึงความแข็งแกร่งด้าน ESG ขององค์กรในระดับแนวหน้าของโลก
Summary
บริษัท ดับบลิวเอชเอ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ WHA Group ตอกย้ำความเป็นผู้นำด้านความยั่งยืนในระดับสากล หลังได้รับการจัดอันดับเป็นบริษัทอันดับ 1 ของโลก ( Top 1%) ในกลุ่มอุตสาหกรรมบริหารจัดการอสังหาริมทรัพย์ ( Real Estate Management & Development) ต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 จากผลการประเมินความยั่งยืน S&P Global Corporate Sustainability Assessment (CSA) 2025 โดย คุณมณฑิกา เจริญยิ่งวัฒนา ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ สำนักความยั่งยืนองค์กร เป็นผู้แทนบริษัทฯ
สำหรับการประเมิน S&P Global Corporate Sustainability Assessment (CSA) ถือเป็นหนึ่งในการประเมินด้านความยั่งยืนที่ได้รับการยอมรับในระดับสากล ซึ่งนักลงทุนทั่วโลกใช้ประเมินประสิทธิภาพการดำเนินงานด้าน ESG ขององค์กร โดยเชื่อมโยงผลการดำเนินงานด้านความยั่งยืนเข้ากับผลประกอบการและความสามารถในการแข่งขันในระยะยาว ทั้งนี้ ในปี 2568 มีบริษัทจากทั่วโลกกว่า 9,200 แห่งเข้าร่วมการประเมิน โดย WHA Group ได้คะแนนประเมินสูงถึง 88 จาก 100 คะแนน จึงได้รับการจัดอันดับเป็นบริษัทอันดับ 1 ของโลก (Top
ความสำเร็จที่โดดเด่นในเวที S&P Global ครั้งนี้ เกิดจากการดำเนินงานด้านความยั่งยืนอย่างเป็นรูปธรรมภายใต้ยุทธศาสตร์ด้านความยั่งยืนใน 5 มิติสำคัญ ได้แก่
ความรับผิดชอบในการดูแลรักษาทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ( Environmental Stewardship): ขับเคลื่อนการลดคาร์บอน (Decarbonization) มุ่งสู่เป้าหมาย Carbon Neutrality และ Net Zero ภายในปี 2050 ผ่านโซลูชันด้านพลังงานสะอาด การบริหารจัดการน้ำแบบครบวงจร และการพัฒนาเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) โดยนำของเสียจากการก่อสร้างและกระบวนการดำเนินงานกลับมาใช้ประโยชน์และสร้างมูลค่าเพิ่ม พร้อมส่งเสริมโครงการรีไซเคิลและอัพไซเคิลร่วมกับลูกค้าและคู่ค้า