Brand Inside
คนไทยกำลังจนลง รายได้เท่าเดิม-รายจ่ายเพิ่ม แต่ที่รวยขึ้นคือ ‘รัฐบาล’ รายได้เพิ่ม 3.7%
Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 1 outlet. See llms.txt for citation guidance.
◌ Single Source
สภาพัฒน์ฯ ปล่อยตัวเลขเศรษฐกิจชุดแรกของปีนี้ออกมาแล้ว โดย ‘ดนุชา พิชยนันท์’ เลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สภาพัฒน์ฯ) ระบุว่า GDP ช่วงไตรมาสแรกปี 2569 เติบโตได้ 2.8% (YoY) ถือว่ามากกว่าไตรมาสที่แล้วที่โต 2.5%
Key facts
- สภาพัฒน์ฯ ยังเปิดเผยผ่าน รายงานตัวเต็ม ว่า ในช่วงไตรมาสแรก รัฐบาลสามารถจัดเก็บรายได้สุทธิ 602,329 ล้านบาท สูงกว่าช่วงเดียวกันของปีก่อน 3.7% จาก 4 เหตุผลด้วยกัน
- ‘ดนุชา’ บอกว่า สภาพัฒน์ฯ คาดว่าเศรษฐกิจไทยทั้งปี 2569 จะขยายตัวที่ 1.5% – 2.5% (ค่ากลางการประมาณการ 2%) โดยมาจาก การขยายตัวอย่างต่อเนื่องของการอุปโภคบริโภคและการลงทุนภาคเอกชน การเพิ่มขึ้นของกรอบงบประมาณภาครัฐทั้งรายจ่ายประจำและรายจ่ายลงทุน
- ‘ดนุชา’ อธิบายว่า การลงทุนรวม การส่งออกสินค้าและการใช้จ่ายภาครัฐขยายตัวเร่งขึ้น การอุปโภคบริโภคภาคเอกชนขยายตัวในเกณฑ์ดีต่อเนื่อง
- นอกจากนี้ ในด้านการค้าระหว่างประเทศ การส่งออกสินค้าขยายตัว 17.8% เพิ่มจาก 9.4% ในไตรมาสก่อน ตามการขยายตัวของการส่งออกสินค้าอุตสาหกรรม โดยเฉพาะในหมวดอิเล็กทรอนิกส์และเครื่องใช้ไฟฟ้าสอดคล้องกับความต้องการในตลาดโลก
- สินค้าที่ส่งออกได้เพิ่มขึ้น (คิดจากมูลค่า) ได้แก่ เครื่องใช้ไฟฟ้า (19.6%) อุปกรณ์สื่อสาร (140.1%) ชิ้นส่วนและอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ (45.4%) เครื่องประดับ (107.3%) รถกระบะและรถบรรทุก (53.6%) และคอมพิวเตอร์ (20.2%)
- สินเชื่อธุรกิจขนาดใหญ่ยังขยายตัวได้ แต่สินเชื่อธุรกิจ SMEs หดตัวและมีคุณภาพสินเชื่อที่ด้อยลง โดยมีหนี้เสีย (NPL) เพิ่มจาก 8.51% เป็น 9.12% ในไตรมาสนี้
Summary
คำถามคือ การเติบโต 2.8% ในไตรมาสแรกของประเทศไทยถือว่ามากหรือน้อยแค่ไหน? สภาพัฒน์ฯ ยกตัวอย่างข้อมูลการเติบโตของ ‘ประเทศสำคัญ’ มาให้เป็นตัวเทียบ ดังนี้
นอกจากนี้ ในด้านการค้าระหว่างประเทศ การส่งออกสินค้าขยายตัว 17.8% เพิ่มจาก 9.4% ในไตรมาสก่อน ตามการขยายตัวของการส่งออกสินค้าอุตสาหกรรม โดยเฉพาะในหมวดอิเล็กทรอนิกส์และเครื่องใช้ไฟฟ้าสอดคล้องกับความต้องการในตลาดโลก
หนึ่งเรื่องสำคัญที่สภาพัฒน์ฯ มองว่าจะเป็นปัญหากับเศรษฐกิจไทยคือ ‘หนี้’ ที่มีจำนวนมากแต่มีคุณภาพแย่ลง (เสี่ยงผิดนัดชำระเพิ่มขึ้น) ซึ่งจะทำให้แรงจับจ่ายในประเทศฟื้นตัวได้ยาก